Microsoft ชี้กฎความปลอดภัย AI ยังตามหลังเครื่องใช้ไฟฟ้า เรียกร้องมาตรฐานสากล
Brad Smith ประธานไมโครซอฟท์ออกมาเตือนว่าในเวลานี้เทคโนโลยี AI ยังถูกกำกับดูแลน้อยกว่าสิ่งใกล้ตัวอย่างเครื่องซักผ้าหรือแม้แต่อาหารในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเขามองว่าการพัฒนา AI ควรถูกยกระดับให้มีกรอบความ…

Brad Smith ประธานไมโครซอฟท์ออกมาเตือนว่าในเวลานี้เทคโนโลยี AI ยังถูกกำกับดูแลน้อยกว่าสิ่งใกล้ตัวอย่างเครื่องซักผ้าหรือแม้แต่อาหารในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเขามองว่าการพัฒนา AI ควรถูกยกระดับให้มีกรอบความปลอดภัยที่จริงจังและใช้ได้ในระดับสากล ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละประเทศหรือแต่ละบริษัทจัดการกันเองตามลำพัง
Smith ให้สัมภาษณ์ในรายการของ BBC ว่าควรมีกฎหมายบังคับให้บริษัทแจ้งผู้ได้รับผลกระทบเมื่อระบบถูกเจาะหรือถูกควบคุมโดยเอเจนต์ AI ที่ทำงานผิดพลาด เขาเสนอด้วยว่าก่อนปล่อยผลิตภัณฑ์ AI ควรมีผู้ตรวจสอบภายนอกเข้ามาทดสอบความปลอดภัย และสำหรับระบบอัตโนมัติขั้นสูงควรมีกลไก “เบรกฉุกเฉิน” เพื่อหยุดการทำงานหากเกิดความเสี่ยง เขาย้ำว่า AI เป็นได้ทั้งเครื่องมือที่มีประโยชน์และอาวุธที่อันตราย
มุมมองดังกล่าวสวนทางกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐในปัจจุบันที่ยังเดินหน้าเชิงรุกเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI และไม่ได้แสดงความตั้งใจจะชะลอการพัฒนาอย่างจริงจัง บทความยังชี้ว่าทรัมป์และฝ่ายบริหารสหรัฐมีท่าทีสนับสนุน AI อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงนโยบายและความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
Smith ระบุว่าในบรรดาประเทศต่าง ๆ สหราชอาณาจักรถูกมองว่ามีศักยภาพโดดเด่นด้านความปลอดภัยของ AI โดยเฉพาะจากการตั้งหน่วยงาน AI Security Institute ตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์กรของรัฐชุดแรก ๆ ที่มุ่งตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงของ AI โดยตรง บทความมองว่านี่เป็นตัวอย่างของประเทศที่พยายามสร้างบทบาทนำด้านมาตรฐานความปลอดภัยมากกว่าการแข่งขันด้านความเร็วเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ กระแสเรียกร้องให้ควบคุม AI ไม่ได้มาจากไมโครซอฟท์เพียงรายเดียว ยังมีเสียงจากนักวิจัยและผู้บริหารในอุตสาหกรรมที่เตือนถึงความเสี่ยงร้ายแรงของ AI ระดับก้าวหน้า รวมถึงข้อเสนอให้มีผู้ประเมินอิสระที่เข้าถึงระบบได้คล้ายพนักงานภายในเพื่อรายงานปัญหาได้ตรงไปตรงมา ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีใหญ่อย่าง Nvidia, Google, OpenAI, Anthropic, Meta และ SpaceX ก็เคยตกลงร่วมมือกับผู้ตรวจสอบอิสระในกรอบ White House Accord on Super Intelligence
อย่างไรก็ดี Smith ยังสะท้อนความกังวลต่อแนวทางพึ่งพาการกำกับดูแลตนเองของอุตสาหกรรม โดยเขาเห็นว่าบริษัทที่ทำงานอย่างรับผิดชอบอยู่แล้วอาจพร้อมปฏิบัติตามมาตรฐาน แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงคือผู้เล่นที่ไม่รับผิดชอบมากพอ ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่สำคัญของการกำกับ AI ในอนาคต


