Zach Cregger บอกหงุดหงิดที่คุยกันเรื่อง Resident Evil ไม่ได้คุยถึงตัวหนังจริงๆ
ผู้กำกับหนังสยองขวัญ Zach Cregger ออกมาอธิบายความรู้สึกที่เขา “หงุดหงิด” กับบทสนทนารอบภาพยนตร์ Resident Evil ของเขา เพราะตลอดช่วงก่อนหนังเข้าฉาย ประเด็นส่วนใหญ่กลับไม่ใช่การพูดถึงตัวภาพยนตร์โดยตรง แต่…

ผู้กำกับหนังสยองขวัญ Zach Cregger ออกมาอธิบายความรู้สึกที่เขา “หงุดหงิด” กับบทสนทนารอบภาพยนตร์ Resident Evil ของเขา เพราะตลอดช่วงก่อนหนังเข้าฉาย ประเด็นส่วนใหญ่กลับไม่ใช่การพูดถึงตัวภาพยนตร์โดยตรง แต่เป็นการถกเถียงว่าเขาเคารพต้นฉบับจากเกมมากพอหรือไม่ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่แฟนเกมคาดหวังว่าจะต้องถูกนำมาใช้บนจอใหญ่ให้เหมือนต้นฉบับที่สุด
Cregger เล่าว่าเสียงวิจารณ์และความกังวลจำนวนมากมุ่งไปที่คำถามเดิม ๆ เช่น ทำไมไม่ใช้ตัวละครบางตัว ทำไมเนื้อเรื่องไม่ตรงกับลอเรของเกม หรือเหตุใดเมือง Raccoon City ในเวอร์ชันนี้จึงมีบรรยากาศและองค์ประกอบที่แตกต่างจากที่แฟน ๆ คุ้นเคย เขามองว่าการสนทนาเหล่านี้ทำให้ประเด็นสำคัญของหนังถูกกลบไป และกลายเป็นการชั่งน้ำหนักว่าเรื่องนี้ “ดีหรือไม่ดีเมื่อเทียบกับเกม” มากกว่าจะเป็นการประเมินตัวหนังในฐานะผลงานชิ้นหนึ่ง
กระแสตั้งคำถามต่อหนังเริ่มมาตั้งแต่ตัวอย่างแรกออกฉาย โดยมีทั้งเรื่องการเลือกใช้ตัวละคร การเปลี่ยนฉากหลังบางอย่าง และดีเทลที่ดูไม่ตรงกับเกมต้นฉบับ แม้ Cregger จะพยายามอธิบายว่าการปรับเปลี่ยนบางส่วนเป็นความตั้งใจเพื่อให้หนังออกมาดีขึ้นในเชิงภาพยนตร์ แต่ก็ไม่สามารถทำให้แฟนกลุ่มที่ยึดกับต้นฉบับสบายใจได้มากนัก เขายอมรับภายหลังว่าอาจประเมินปฏิกิริยาของผู้ชมต่ำเกินไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อหนังออกฉายจริง ผลลัพธ์กลับเป็นไปในทางบวกอย่างมาก ทั้งเสียงวิจารณ์ที่ดีและรายได้เปิดตัวทั่วโลกถึง 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากทุนสร้างราว 75 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Resident Evil ถูกมองว่าเป็นความสำเร็จทางธุรกิจที่แข็งแรง และเมื่อเวลาผ่านไปหนังยังทำเงินต่อเนื่อง จนทำรายได้รวมทั่วโลกทะลุ 400 ล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ฮาโลวีน
IGN ระบุว่าความสำเร็จของหนังน่าจะเพียงพอให้ Sony พิจารณาสานต่อเป็นภาคต่อได้ แม้ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องแผนงานระยะถัดไป Cregger เองก็ยอมรับว่ามีไอเดียสำหรับ Resident Evil 2 อยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็พูดชัดว่าเขาอาจไม่อยากรับภาระของการทำหนังจากทรัพย์สินทางปัญญาที่มีฐานแฟนเหนียวแน่นอีก หากไม่จำเป็น
ท้ายที่สุด ผู้กำกับรายนี้มองว่าเขายังคงภูมิใจกับหนังเรื่องนี้และรักผลงานของตัวเอง แม้จะรู้สึกประหลาดใจที่กระแสก่อนฉายหนักไปที่การถกเรื่องความเหมือนต้นฉบับมากกว่าตัวหนังโดยตรง ปัจจุบันเขาหันไปโฟกัสผลงานออริจินัลเรื่องใหม่อย่าง The Flood ซึ่งเป็นไซไฟทริลเลอร์ที่เขาทั้งเขียน กำกับ และอำนวยการสร้าง โดยมี Jennifer Lawrence นำแสดง และมีกำหนดฉายปี 2028


