แฟนเกมทำ Resident Evil ฉบับ PS1 จากหนังของ Zach Cregger จนไวรัล
โปรเจกต์แฟนเมดชิ้นใหม่ที่ดัดแปลงจักรวาล Resident Evil ในมุมของ Zach Cregger กำลังเป็นกระแสในโซเชียล หลังผู้พัฒนาที่ใช้ชื่อว่า “chicanogoth” บน Instagram โพสต์ความคืบหน้าของเกมสไตล์ย้อนยุคที่ล้อเลียน…

โปรเจกต์แฟนเมดชิ้นใหม่ที่ดัดแปลงจักรวาล Resident Evil ในมุมของ Zach Cregger กำลังเป็นกระแสในโซเชียล หลังผู้พัฒนาที่ใช้ชื่อว่า “chicanogoth” บน Instagram โพสต์ความคืบหน้าของเกมสไตล์ย้อนยุคที่ล้อเลียนงานเกมยุค PlayStation 1 โดยเขาตั้งชื่อขำ ๆ ว่า Resident Evil: The Movie: The Game เพื่อสื่อถึงความซ้อนทับของผลงานที่อิงทั้งหนังและเกมต้นฉบับ
ภาพที่เผยแพร่แสดงให้เห็นตัวละคร Bryan Hodukavich วิ่งหนีสุนัขติดเชื้อในฉากที่จำลองบรรยากาศจากหนังได้ใกล้เคียง ทั้งรถตำรวจที่ชนเสียหายและไฟสัญญาณสีแดงน้ำเงินที่สะท้อนบนพื้นหิมะ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปสัมผัสความขลังแบบเกม Resident Evil ภาคแรก ๆ ที่มีมุมกล้องตายตัวและงานภาพเป็นเหลี่ยม ๆ ตามสไตล์ยุคนั้น
จุดที่ทำให้โปรเจกต์นี้ถูกพูดถึงมากคือความตั้งใจในการเก็บรายละเอียดเชิงบรรยากาศ มากกว่าจะเน้นภาพสวยสมจริง ผู้ชมหลายคนชมว่าเกมดู “ใช่” ในแง่ของความเป็น Resident Evil เก่า ขณะที่คอมเมนต์บางส่วนก็แซวให้ใส่ระบบยิงที่สะท้อนความแม่นปืนอันย่ำแย่ของตัวละครในเรื่อง รวมถึงมีคนถามถึงโอกาสที่โปรเจกต์จะรองรับเสียงพากย์ด้วย
ผู้พัฒนาได้อัปเดตเพิ่มเติมในวันที่ 19 ตุลาคม โดยโชว์แอนิเมชันการบาดเจ็บและการตายของตัวละครหลัก ซึ่งหลายส่วนหยิบมาจากคลังแอนิเมชันสำเร็จรูป เขายังระบุว่าได้แรงบันดาลใจจากโมเดล Cerberus ใน Resident Evil 2 สำหรับสุนัขติดเชื้อในเกม และยังแง้มฉากเปิดแบบภาพยนตร์ที่น่าจะเล่าถึงเหตุการณ์หลังรถตำรวจชน
สิ่งที่น่าสนใจคือเจ้าของโปรเจกต์ยอมรับว่านี่เป็นเกมแรกที่เขาใช้เวลาพัฒนาจริงจัง จึงเป็นทั้งงานฝึกฝีมือและงานที่ทำด้วยความชอบส่วนตัว เขาเน้นว่าค่อย ๆ เติมรายละเอียดไปทีละส่วน พร้อมขอบคุณกระแสตอบรับและกำลังใจจากผู้ชมที่ทำให้โปรเจกต์มีแรงผลักดันต่อเนื่อง
กระแสของแฟนเกมนี้เกิดขึ้นในช่วงที่แฟรนไชส์ Resident Evil ยังคงมีแรงดึงดูดสูง หลังจากก่อนหน้านี้มีอีกโปรเจกต์แฟนเมดที่เป็นหนังสั้นดัดแปลงจาก Resident Evil 7: Biohazard ซึ่งได้รับคำชมจากผู้กำกับต้นฉบับโดยตรง ขณะที่ฝั่งภาพยนตร์ของ Zach Cregger เองก็ประสบความสำเร็จมากในรายได้ทั่วโลก เกิน 360 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็นหนึ่งในหนังดัดแปลงจากวิดีโอเกมที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล แม้อนาคตภาคต่อยังไม่ชัดเจนก็ตาม


