Resident Evil ฉบับแซ็ก เครกเกอร์ ขึ้นแท่นหนังเกมเรตติ้งสูงสุดตลอดกาล
Resident Evil ฉบับกำกับโดยแซ็ก เครกเกอร์เปิดตัวพร้อมกระแสตอบรับที่แรงเกินคาด โดยเฉพาะบน Rotten Tomatoes ซึ่งระบุว่าเป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากวิดีโอเกมที่ได้คะแนนวิจารณ์สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในขณะรายงาน…

Resident Evil ฉบับกำกับโดยแซ็ก เครกเกอร์เปิดตัวพร้อมกระแสตอบรับที่แรงเกินคาด โดยเฉพาะบน Rotten Tomatoes ซึ่งระบุว่าเป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากวิดีโอเกมที่ได้คะแนนวิจารณ์สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในขณะรายงานข่าวนี้ ด้วยคะแนนนักวิจารณ์ 96% แซงหน้า Sonic the Hedgehog 3, Werewolves Within และ The Angry Birds Movie 2 ไปอย่างชัดเจน
ผลงานเรื่องนี้ถือเป็นอีกความพยายามของฮอลลีวูดในการดัดแปลงซีรีส์สยองขวัญชื่อดังของ Capcom สู่ฉบับคนแสดง แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือทิศทางที่ไม่ยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมแบบตรงตัว เครกเกอร์เลือกสร้างตัวละครใหม่ชื่อ Bryan และเล่าเรื่องในโลกของ Raccoon City ผ่านบรรยากาศและอารมณ์แบบเกม มากกว่าจะหยิบยืมโครงเรื่องหรือฮีโร่ขาประจำอย่าง Leon S. Kennedy มาเป็นแกนหลัก
แนวทางดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์จากแฟนเกมบางส่วนที่คาดหวังว่าจะได้เห็นตัวละครและเหตุการณ์คุ้นเคยมากกว่านี้ เครกเกอร์ยอมรับว่าเข้าใจความผิดหวังของแฟน ๆ และชี้ว่าเขาเองก็มีความรู้สึกคล้ายกันเมื่อเห็นงานดัดแปลง Resident Evil ก่อนหน้านี้ที่ไม่ตรงกับภาพจำของตนเอง แต่เขายืนยันว่าเวอร์ชันนี้เป็น “เรื่องราว Resident Evil” จริง ๆ ไม่ใช่เพียงการเอาชื่อแฟรนไชส์มาติดกับหนังเพื่อดึงงบประมาณ
แม้จะมีดราม่าจากโลกออนไลน์ แต่ฝั่งผู้ชมกลับตอบรับในเชิงบวกมากเช่นกัน โดย Rotten Tomatoes รายงานคะแนนผู้ชมสูงถึง 91% จากรีวิวที่ผ่านการยืนยันมากกว่า 500 รายการ สะท้อนว่าหนังอาจเชื่อมต่อกับคนดูได้ดีกว่าที่เสียงถกเถียงก่อนฉายทำให้คาดคิดไว้
IGN ระบุด้วยว่าหนังมีโอกาสสร้างสถิติรายได้ในแฟรนไชส์ได้ และให้คะแนน 8/10 พร้อมมองว่า Resident Evil เวอร์ชันนี้เป็นหนังสยองขวัญเอาตัวรอดที่เรียบง่ายแต่ได้ผล เพราะโฟกัสไปที่ตัวละครเอกและคืนอันเลวร้ายที่เขาต้องเผชิญอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันก็สะท้อนลายเซ็นการกำกับของเครกเกอร์ได้ชัดเจน
โดยรวมแล้ว กระแสเริ่มต้นของ Resident Evil บ่งชี้ว่าหนังอาจกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของภาพยนตร์จากเกม ทั้งในแง่คำวิจารณ์และการยอมรับจากผู้ชม แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่าคะแนนและภาพลักษณ์เชิงบวกนี้จะยืนระยะได้แค่ไหนเมื่อเวลาผ่านไป และจะส่งผลต่อทิศทางของหนังดัดแปลงเกมในอนาคตอย่างไร


