เล่น Bloodborne บนพีซีผ่านอีมูเลชัน ชี้ชัดว่าเกมนี้ควรลง PC อย่างเป็นทางการ
บทความนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่ใช้เวลาราว 30 ชั่วโมงกับ Bloodborne บนพีซี ผ่านอีมูเลเตอร์ shadPS4 และเครื่องมือช่วยรันอย่าง BB Launcher จนยิ่งเชื่อว่าผลงานระดับคลาสสิกของ FromSoftware เกมนี้…

บทความนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่ใช้เวลาราว 30 ชั่วโมงกับ Bloodborne บนพีซี ผ่านอีมูเลเตอร์ shadPS4 และเครื่องมือช่วยรันอย่าง BB Launcher จนยิ่งเชื่อว่าผลงานระดับคลาสสิกของ FromSoftware เกมนี้เหมาะกับแพลตฟอร์มพีซีมากกว่าคอนโซลที่มันออกเดิม ผู้เขียนเล่าว่า Bloodborne ยังคงมีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างมาก ทั้งบรรยากาศเมือง Yharnam ที่หลอน ลึกลับ และโทนเล่าเรื่องที่ผสมความสยองแบบโกธิกกับแนวคิดเชิงปรัชญาและศาสนาได้อย่างโดดเด่นเหนือเกมอื่นในค่ายเดียวกัน
เนื้อหาช่วงต้นเน้นย้ำว่าผู้เขียนมอง Bloodborne เป็นหนึ่งในเกมโปรดตลอดกาล แต่ไม่ชอบเล่นบน PS4 และจึงตัดสินใจนำเกมมารันบนพีซีด้วยตนเอง โดยอาศัยคู่มือจากครีเอเตอร์สายเทคนิคเพื่อทำให้เกมใช้งานได้จริง บทความอธิบายว่าการเล่นบนพีซีช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่า Bloodborne มีโลกและธีมที่ทรงพลังเพียงใด ตั้งแต่การเสื่อมถอยของเมืองไปสู่ความงมงายทางศาสนา ไปจนถึงการตีความเชิงสัญลักษณ์เรื่องความเป็นแม่ การสูญเสีย และความทะเยอทะยานของมนุษย์ที่นำไปสู่หายนะ
อีกประเด็นสำคัญคือระบบต่อสู้และอาวุธของ Bloodborne ที่ผู้เขียนยกให้เป็นจุดเด่นเหนือเกมยุคหลังหลายเกม แม้คลังอาวุธจะไม่ได้ใหญ่เท่า Elden Ring แต่แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ชัดเจนและมีแฟนพันธุ์แท้เฉพาะทางของตัวเอง ผู้เขียนยังเล่าถึงบอสอย่าง Ludwig ที่ยังคงท้าทายและสร้างแรงกดดันทางอารมณ์ได้มากเมื่อเล่นบนพีซี ความเข้มข้นของการต่อสู้ทำให้เขารู้สึกว่าประสบการณ์นี้ยังคงสดใหม่และหนักหน่วง แม้เกมจะออกมาหลายปีแล้ว
ในด้านเทคนิค บทความระบุว่าการอีมูเลต Bloodborne บนพีซียังไม่สมบูรณ์นัก แม้จะดีขึ้นมากจากช่วงแรก แต่ก็ยังมีอาการกระตุกและบั๊กอยู่บ้าง ผู้เขียนเปรียบเทียบความไม่เสถียรกับเกมพอร์ต AAA ใหม่ที่ยังไม่จบดี และชี้ว่าการเล่นให้ลื่นไหลระดับ 1080p/60fps ต้องใช้เครื่องค่อนข้างแรง ขณะเดียวกันเขาก็เล่าว่าเครื่องของตนที่ใช้การ์ดจอระดับสูงสามารถเล่นที่ 1440p 60fps ได้ค่อนข้างดี แต่ยังเจอปัญหาเฉพาะจุดบางแห่ง เช่น ฉากโหลดบางโซนที่ทำให้ภาพเพี้ยนจนต้องรีสตาร์ตเกม
บทความยังพูดถึงระบบ Chalice Dungeons ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ซับซ้อนและอธิบายไม่ค่อยชัดของ Bloodborne ผู้เขียนมองว่ามันเป็นการออกแบบออนไลน์แบบแอสซิงโครนัสที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์มาก เพราะทำให้ผู้เล่นแลกเปลี่ยนข้อมูลและค้นพบเนื้อหาไปพร้อมกัน แต่ในขณะเดียวกัน ระบบนี้ก็ทำให้ความสมดุลของเกมเสียไปบางส่วน โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นใช้มันเพื่อฟาร์มเลเวลและอัปเกรดตัวละครจนแข็งแกร่งเกินกว่าที่เนื้อเรื่องช่วงท้ายจะรับมือได้
ช่วงท้ายของบทความสรุปชัดว่าผู้เขียนมองว่า Bloodborne ควรมีเวอร์ชันพีซีอย่างเป็นทางการมานานแล้ว และการเล่นผ่านอีมูเลชันในปัจจุบันเป็นหลักฐานว่าตัวเกมเข้ากับพีซีได้ดีอย่างยิ่ง แม้กระบวนการจะยุ่งยากและมีความเสี่ยงทางกฎหมายกับการเข้าถึงไฟล์เกม แต่เขาก็เชื่อว่าผู้เล่นควรได้รับวิธีเล่นที่ง่ายและเสถียรกว่านี้มากกว่าที่เป็นอยู่ พร้อมทั้งสะท้อนว่าโอกาสที่จะได้เห็นพอร์ตหรือรีมาสเตอร์จาก Sony ในระยะใกล้ยังดูริบหรี่ แม้ผู้กำกับเกมอย่าง Hidetaka Miyazaki จะไม่ปิดกั้นแนวคิดนี้ก็ตาม


