Alex Stamos ชี้ AI ทำให้โลกไซเบอร์เข้าสู่ยุคโจมตีต่อเนื่อง
The Verge คุยกับ Alex Stamos ว่า AI กำลังเร่งทั้งการหาช่องโหว่และการโจมตีแบบอัตโนมัติ จนบริษัทต่าง ๆ ต้องรับมือกับการเจาะระบบที่เกิดถี่และซ้อนกันมากขึ้น

The Verge เผยบทสนทนากับ Alex Stamos ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยของ Cognition และนักวิชาการด้านนโยบายไซเบอร์จาก Stanford ซึ่งมองว่าอุตสาหกรรมความปลอดภัยไซเบอร์กำลังถูก AI เขย่าอย่างหนัก และรูปแบบการโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เขามองว่าตอนนี้ทั้งผู้โจมตีรายเอกชนและผู้เล่นระดับรัฐกำลังใช้ AI ช่วยหาช่องโหว่และหาวิธีเจาะระบบไปพร้อมกัน ทำให้การรับมือซับซ้อนกว่าที่เคย
Stamos อธิบายว่าช่วงนี้มีเหตุการณ์โจมตีและการรั่วไหลเกิดถี่มากจนเขาเรียกบรรยากาศนี้ว่าเหมือนอยู่ใน “security awareness month” ตลอดเวลา ในมุมของเขา จุดที่น่ากังวลไม่ใช่แค่การพบช่องโหว่ใหม่ แต่คือการที่เหตุโจมตีหลายครั้งเชื่อมต่อกันเป็นลูกโซ่ เช่น กรณีบริษัทในสาย AI อย่าง Fireworks ถูกเจาะจนคีย์ API หลุด แล้วข้อมูลนั้นถูกใช้ต่อเพื่อเจาะ Cursor ก่อนจะมีปลั๊กอินไม่ปลอดภัยถูกส่งต่อไปยังบริษัทอีกหลายพันแห่ง เขามองว่ามันคือภาวะ “continuous breach” ที่เกิดต่อเนื่องทั่วทั้งอุตสาหกรรม
เขายังชี้ไปที่เครื่องมือโจมตีอย่าง ARTEX ซึ่งเป็นโอเพนซอร์สและมีคำแปลภาษาอังกฤษบน GitHub ตามรายงานในบทสัมภาษณ์ หากนำไปรันร่วมกับโมเดลอย่าง GLM-5.3 ก็สามารถช่วยให้ผู้โจมตีทำงานได้ตั้งแต่ค้นหาช่องโหว่ ไปจนถึงเขียน exploit และเจาะระบบแบบอัตโนมัติ Stamos บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “kill chain” แบบเดิมถูกกลับด้าน จากเดิมที่มนุษย์ต้องทำวิจัยล่วงหน้า เขียน exploit แล้วค่อยส่งโจมตีเป็นชุด ตอนนี้ AI สามารถไล่โจมตีเป้าหมายแบบเรียลไทม์ได้เลย
เขาเล่าว่ามีตัวอย่างการโจมตีที่เริ่มจากธนาคารในเกาหลีใต้ 3 แห่ง และภายหลังมีอีกประมาณ 200 บริษัทที่ถูกโจมตีตามมา เขายังบอกว่าปัจจุบันมีบริษัทจำนวนมากที่ถูกเจาะจากเครื่องมือซึ่งใครก็ดาวน์โหลดได้ ต่างจากอดีตที่การโจมตีระดับนี้ต้องอาศัยทักษะเฉพาะสูงและการเตรียมงานนานมาก Stamos เปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับยุคปลายทศวรรษ 1990 ที่เขาเคยไปงาน DEFCON ในช่วงแรก ๆ ซึ่งทุกคนยังมองโลกออนไลน์เหมือนดินแดนใหม่ แต่วันนี้ความเสี่ยงรุนแรงกว่าเพราะระบบทั้งหมดพึ่งพาอินเทอร์เน็ตอย่างลึกซึ้ง
เขาไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายแบบสิ้นหวัง แต่คาดว่าโลกจะต้องผ่านช่วง “dark age” ระหว่างการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ของภัยไซเบอร์ นอกเหนือจากการเจาะระบบ The Verge ยังพาเขาคุยไปถึงการจัดการข้อมูลบิดเบือนและ AI slop บนโซเชียลมีเดียด้วย โดยประเด็นที่โยงกลับมาชัดเจนคือ เมื่อ AI ลดต้นทุนของผู้โจมตีลงมาก องค์กรต่าง ๆ ก็จะต้องรับมือกับการโจมตีที่เร็วขึ้น ถี่ขึ้น และติดตามสาเหตุได้ยากขึ้นกว่าเดิม

