AI แห่ซื้อข้อมูลจากสตาร์ตอัปที่ปิดกิจการเพื่อใช้ฝึกโมเดล
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลภายในของสตาร์ตอัปที่กำลังปิดกิจการกลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าจริง โดยมีบริษัทใหม่ในสาย “ชำระบัญชี” ธุรกิจเข้ามาช่วยขายโค้ด ฐานข้อมูลการทำงาน และบันทึกการใช้งาน…

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลภายในของสตาร์ตอัปที่กำลังปิดกิจการกลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าจริง โดยมีบริษัทใหม่ในสาย “ชำระบัญชี” ธุรกิจเข้ามาช่วยขายโค้ด ฐานข้อมูลการทำงาน และบันทึกการใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ให้กับห้องแล็บ AI และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ต้องการข้อมูลไปฝึกโมเดล เรื่องนี้สะท้อนว่าเมื่อข้อมูลสาธารณะและข้อมูลสังเคราะห์เริ่มไม่พอต่อการพัฒนา AI ตลาดข้อมูลจากบริษัทที่ล้มเหลวจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
บทความยกตัวอย่างของ Keelan Miskell ผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปคริปโตที่กำลังยุติกิจการ ซึ่งสามารถขายทั้งโค้ดเบสและข้อมูลจากเครื่องมือทำงานอย่าง Google, Notion, Figma และ Slack ได้รวมกันเป็นเงินหลายหมื่นดอลลาร์ ผ่านตัวกลางอย่าง SimpleClosure ที่เดิมทำหน้าที่ช่วยปิดบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันบริษัทลักษณะนี้เริ่มมีบริการซื้อขายข้อมูลโดยตรง และบอกว่าดีลที่มีการขายโค้ดหรือข้อมูลเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบครึ่งหนึ่งของธุรกรรมทั้งหมดแล้ว
อุปสงค์ฝั่งผู้ซื้อเพิ่มขึ้นเพราะแล็บ AI ต้องการข้อมูลจริงที่มีความหลากหลายและซับซ้อนกว่าชุดข้อมูลสังเคราะห์ เช่น บทสนทนาใน Slack ที่สะท้อนการตัดสินใจ ความขัดแย้ง หรือสถานการณ์ที่ต้องใช้วิจารณญาณ ข้อมูลลักษณะนี้ถูกนำไปสร้างสภาพแวดล้อมจำลองเพื่อฝึกเอเจนต์ AI ให้ทำงานเฉพาะทาง เช่น ดีบักระบบไอทีหรือร่างเอกสารทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าโมเดลที่ฝึกด้วยข้อมูลจริงจะทำงานได้ดีกว่าแบบอื่นมากน้อยเพียงใด ทำให้การประเมินราคายังผันผวนสูงและขึ้นกับสมมติฐานของผู้ซื้อแต่ละราย
ตลาดนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป เพราะมีดีลขนาดใหญ่เกิดขึ้นแล้ว เช่น กรณีการล้มละลายของ Spirit Airlines ที่ Google ชนะการประมูลซื้อข้อมูลประวัติการทำงานจำนวนมหาศาลด้วยมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าหน่วย AI ของ SpaceX ก็พิจารณาซื้อข้อมูลจากสตาร์ตอัปที่กำลังมีปัญหาด้านธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าข้อมูลจากองค์กรที่ปิดตัวกำลังถูกมองเป็นวัตถุดิบสำคัญในเศรษฐกิจ AI
แต่ดีลเหล่านี้เต็มไปด้วยคำถามด้านกฎหมายและความเป็นส่วนตัว ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลในอีเมล ปฏิทิน และแชตอาจมีรายละเอียดอ่อนไหวอย่างนัดพบแพทย์ แผนรับลูก หรือเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ แม้ผู้ขายและผู้ซื้อจะอ้างว่ามีการคัดกรองข้อมูลส่วนบุคคลแล้วก็ตาม ฝั่งแรงงานและนักกฎหมายบางส่วนมองว่าการขายข้อมูลพนักงานจากบริษัทที่เลิกกิจการโดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ยินยอมชัดเจน เป็นปัญหาที่ระบบกฎหมายสหรัฐฯ ยังไม่มีคำตอบที่ครอบคลุม
อีกประเด็นสำคัญคือผลประโยชน์จากการขายข้อมูลมักตกถึงมือเจ้าหนี้ระดับสูงและนักลงทุน มากกว่าจะถึงพนักงานที่เป็นผู้สร้างข้อมูลเหล่านั้น ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าใครควรเป็นเจ้าของมูลค่าที่ซ่อนอยู่ในบันทึกการทำงานขององค์กร ผู้เขียนและนักวิชาการบางคนมองว่านี่คือรูปแบบหนึ่งของการดึงมูลค่าออกจากแรงงานในภายหลัง และควรมีการขอความยินยอมอย่างชัดแจ้งหากต้องนำข้อมูลพนักงานไปขายต่อ
โดยสรุป บทความนี้ชี้ว่าตลาดซื้อขายข้อมูลจากสตาร์ตอัปที่ล้มเหลวกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วและอาจกลายเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการฝึก AI แต่ในเวลาเดียวกันก็เปิดพื้นที่สีเทาเรื่องความโปร่งใส ความเป็นธรรม และสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมาก และหากไม่มีมาตรฐานกำกับที่ชัดเจน ตลาดนี้อาจเติบโตต่อไปแบบ “ตะวันตกไร้กฎหมาย” ของการซื้อข้อมูลเพื่อฝึกโมเดล AI
