มาร์ก แกทิสเชื่อ Doctor Who อาจกลับมาแบบเงียบ ๆ ไม่เกิดขึ้นจริง
มาร์ก แกทิส อดีตผู้เขียนบท Doctor Who มองว่าความพยายามของ BBC ที่จะพาซีรีส์กลับมาผลิตอีกครั้งอาจ “เงียบหายไป” และไม่เกิดขึ้นตามแผน แม้เขาจะย้ำว่าไม่ได้คิดว่า Doctor Who จะหายไปถาวร แต่ก็มองว่าการเว้น…

มาร์ก แกทิส อดีตผู้เขียนบท Doctor Who มองว่าความพยายามของ BBC ที่จะพาซีรีส์กลับมาผลิตอีกครั้งอาจ “เงียบหายไป” และไม่เกิดขึ้นตามแผน แม้เขาจะย้ำว่าไม่ได้คิดว่า Doctor Who จะหายไปถาวร แต่ก็มองว่าการเว้นช่วงยาวอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับแฟรนไชส์นี้ในตอนนี้
สถานะของ Doctor Who ปัจจุบันค่อนข้างไม่แน่นอน เพราะไม่มีทั้งนักแสดงนำ ผู้ควบคุมงานเขียน และทีมผลิตหลัก หลังจากการถอนตัวของ Ncuti Gatwa, Russell T. Davies รวมถึงการแยกทางกับ Bad Wolf และ Disney ซึ่งเคยเป็นพาร์ตเนอร์ทางการเงินสำคัญ เดิมทีมีแผนเดินหน้าต่อ แต่ภายหลังก็มีการเปลี่ยนท่าทีอย่างชัดเจน รวมถึงการกลับลำเรื่องตอนพิเศษช่วงคริสต์มาสที่เคยประกาศไว้
BBC ระบุอย่างเป็นทางการว่ากำลังนำสิทธิ์ในการผลิต Doctor Who ออกสู่กระบวนการ “tender” เพื่อเปิดให้บริษัทโปรดักชันต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอ ทว่าเวลาผ่านมาหลายเดือนแล้ว กระบวนการดังกล่าวยังไม่เห็นความคืบหน้าที่ชัดเจน จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการหาทีมใหม่อาจไม่ง่ายอย่างที่ประกาศไว้
แกทิสอ้างอิงประวัติศาสตร์ของรายการ โดยชี้ว่า BBC เคยอยู่ในสถานการณ์คล้ายกันหลังซีรีส์หยุดไปในปี 1989 ตอนนั้นก็มีคำประกาศว่า BBC ตั้งใจจะพา Doctor Who เดินหน้าต่อในยุค 90 แต่สุดท้ายกลับไม่เกิดขึ้นจริง และการกลับมาครั้งใหญ่ต้องใช้เวลายาวนานถึง 15 ปี เขาจึงเห็นว่าเหตุการณ์รอบนี้อาจลงเอยแบบคล้ายกัน
อีกด้านหนึ่ง รายงานของ Deadline ระบุว่าค่ายผลิตหลายแห่งลังเลที่จะรับงาน Doctor Who แม้จะเป็นชื่อที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง เหตุผลสำคัญคือความเสี่ยงด้านธุรกิจในตลาดปัจจุบัน รวมถึงเงาของความล้มเหลวหรือความสั่นคลอนจากดีลกับ Disney แหล่งข่าวบางรายยังประเมินว่างบต่อหนึ่งตอนอาจอยู่ราว 3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าช่วงที่ Disney เคยอัดฉีดงบไว้ครึ่งหนึ่ง และอาจทำให้การคาดหวังของผู้ชมกับข้อจำกัดด้านงบประมาณไม่ตรงกัน
มุมมองนี้สอดคล้องกับความเห็นของอดีตบรรณาธิการ Doctor Who Magazine ที่เคยประเมินว่าอาจต้องรออีกหลายปีกว่าจะมีอะไรใหม่ ๆ ออกมา ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าอนาคตของ Doctor Who ยังเปิดกว้าง แต่การกลับมาในระยะสั้นดูไม่น่าจะเกิดขึ้นง่าย และแฟรนไชส์อาจต้องหยุดพักเพื่อหาพลังสร้างสรรค์และทีมงานรุ่นใหม่ก่อนจะเดินหน้าต่อ


