ซาพคอฟสกีคุยหนังสือ Witcher ใหม่ ความเป็นไปได้ของภาคต่อ และอนาคตของแฟรนไชส์

Andrzej Sapkowski ผู้ให้กำเนิดจักรวาล The Witcher ให้สัมภาษณ์ถึงนิยายเล่มใหม่ Crossroads of Ravens ซึ่งเพิ่งออกฉบับภาษาอังกฤษ และเล่าย้อนถึงการพา Geralt กลับไปสู่ช่วงวัยหนุ่มที่ยังเป็นนักล่ามอนสเตอร์มือใหม่ โดยมองว่านี่เป็นโอกาสในการเขียนตัวละครที่ยังไม่สมบูรณ์แบบและยังมีพื้นที่ให้เติบโตมากกว่า Geralt เวอร์ชันที่มีประสบการณ์เต็มตัวในภาคหลัก
ตลอดบทสนทนา Sapkowski ย้ำมุมมองเดิมของเขาว่า Geralt ไม่ได้ถูกสร้างมาให้เป็นฮีโร่ไร้เทียมทาน หากแต่ต้องมีข้อบกพร่อง ความลังเล และความผิดพลาดเพื่อให้เรื่องราวน่าติดตาม เขาอธิบายว่าความท้าทายของการเขียนภาคต้นไม่ใช่แค่การย้อนเวลา แต่คือการทำให้ตัวละครวัย 18 ดูมีเหตุผลและสอดคล้องกับพัฒนาการในอนาคตของเขา
เขายังพูดถึงความต่างระหว่างการเขียนเรื่องสั้นกับนิยายยาว โดยเปรียบเทียบว่านิยายต้องมีโครงสร้างและแรงขับอีกแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าการสร้างเรื่องราวของ Witcher เริ่มจากโครงพล็อตก่อน แล้วองค์ประกอบอื่นอย่างตัวละคร มอนสเตอร์ หรือไอเดียแฟนตาซีจึงค่อยตามมาและถูกคัดออกหากไม่รับใช้เรื่องหลัก
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่าง Geralt กับตัวละครผู้เป็นเหมือนอาจารย์หรือพ่อทดแทนในช่วงเติบโต Sapkowski มองว่านี่เป็นโครงสร้างคลาสสิกของแฟนตาซีแนว coming-of-age แต่ก็ชี้ว่าใน Crossroads of Ravens ความเป็นที่ปรึกษาของตัวละครหนึ่งไม่ได้บริสุทธิ์หรือยิ่งใหญ่เท่ากับเมนเทอร์คลาสสิกอย่าง Gandalf หรือ Vesemir เพราะเรื่องนี้มีมิติของการหลอกลวงและความซับซ้อนมากกว่า
นอกจากเนื้อหาในนิยายแล้ว บทสัมภาษณ์ยังแตะถึงอนาคตของแฟรนไชส์ Witcher ซึ่ง Sapkowski แสดงท่าทีเปิดกว้างต่อการดัดแปลงทุกรูปแบบ ทั้งละครเวที ดนตรี หรือสื่ออื่นที่อาจดูแหวกแนว เขายังพูดถึงโครงการหนังสือเสียงฉบับฟูลแคสต์ของ Audible ที่กำลังทยอยผลิตนิยาย Witcher หลายเล่ม ซึ่งสะท้อนว่าซีรีส์นี้ยังขยายตัวต่อทั้งในรูปแบบการอ่าน การฟัง และการดัดแปลงเชิงพาณิชย์
โดยรวม บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ตอกย้ำภาพของ Sapkowski ในฐานะนักเขียนที่พูดตรง มีอารมณ์ขันแห้ง ๆ และค่อนข้างระมัดระวังกับการให้คำแนะนำ แต่ก็ยังมองงานเขียนของตนเองอย่างเป็นระบบและมีวินัย บทสนทนาช่วยให้เห็นทั้งวิธีคิดเบื้องหลังการสร้างโลก Witcher และแนวโน้มว่าจักรวาลนี้ยังมีพื้นที่สำหรับเรื่องเล่าใหม่ ๆ อีกมาก แม้ผู้เขียนจะไม่ได้ยืนยันชัดเจนว่าจะกลับไปเขียนภาคย่อยหรือเรื่องสั้นเพิ่มในทันที


