Apex Legends เผยคอลลาบ Street Fighter 6 ทำให้ตัวละครมีกล้ามและต้นขาหนาขึ้นกว่าที่เคย
Apex Legends เตรียมจับมือกับ Street Fighter 6 ในอีเวนต์คอลลาบครั้งใหม่วันที่ 22 กันยายน โดยนำสกินตัวละคร ชุดธีมเฉพาะ จุดบนแผนที่แบบตกแต่งพิเศษ โหมด Wildcard Takeover และสกินอาวุธเข้ามาเสริมคอนเทนต์ใน…

Apex Legends เตรียมจับมือกับ Street Fighter 6 ในอีเวนต์คอลลาบครั้งใหม่วันที่ 22 กันยายน โดยนำสกินตัวละคร ชุดธีมเฉพาะ จุดบนแผนที่แบบตกแต่งพิเศษ โหมด Wildcard Takeover และสกินอาวุธเข้ามาเสริมคอนเทนต์ในเกม ไฮไลต์สำคัญคือการแปลงร่างเหล่า Legends หลายคนให้กลายเป็นตัวละครดังจากซีรีส์ต่อสู้ของ Capcom เช่น Sparrow เป็น Ryu, Alter เป็น Chun-Li, Mirage เป็น Luke, Caustic เป็น Blanka, Wattson เป็น Cammy, Gibraltar เป็น Akuma, Bangalore เป็น Elena และ Pathfinder เป็น Dhalsim
อาลิซา ราสตอร์กูเยวา ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของเกม อธิบายว่าการทำงานร่วมกับ Street Fighter 6 เป็นความท้าทายคนละแบบกับคอลลาบก่อนหน้า เพราะซีรีส์นี้มีงานออกแบบตัวละครที่เน้นกล้ามเนื้อและสัดส่วนที่เว่อร์กว่าความเป็นจริงมาก ทีมงานจึงต้องขยับรูปทรงของเหล่า Legends ให้เข้ากับภาพจำของตัวละครต้นฉบับมากที่สุด แต่ยังต้องคงเอกลักษณ์ของ Apex Legends ที่มีสไตล์กึ่งสมจริงเอาไว้ ผลลัพธ์คือการปรับรูปร่างจนตัวละครในเกมดูหนาแน่นและมีกล้ามชัดขึ้นกว่าเดิม รวมถึงสิ่งที่เธอบรรยายแบบขำ ๆ ว่าเป็น “ต้นขาที่หนาที่สุด” เท่าที่ทีมเคยทำมา
เธอยังบอกด้วยว่า การเลือกคู่ตัวละครไม่ได้ทำแบบสุ่ม แต่เกิดจากการทดสอบหลายรอบร่วมกันระหว่างทีมพัฒนาและเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อหาคอมบิเนชันที่ทั้งดูแล้วจำได้ทันทีและเข้ากับสไตล์ของเกมได้ดีที่สุด ในกรณีนี้ Alter และ Sparrow ถูกมองว่าเหมาะกับ Chun-Li และ Ryu มากที่สุด เพราะสามารถถ่ายทอดภาพลักษณ์ของตัวละครต้นฉบับได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับ Legends ตัวอื่น
ด้านคริส รูโวโล ซีเนียร์เทคนิคอลเกมดีไซเนอร์ เสริมว่าปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องรูปร่าง แต่รวมถึงเกมเพลย์ด้วย เพราะ Apex เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ไม่ใช่เกมต่อสู้แบบคอมโบระยะประชิด ทำให้ตัวละครอย่าง Zangief ซึ่งเน้นการจับทุ่มหรือกรา็บไม่เหมาะจะถูกนำมาใส่ตรง ๆ ทีมงานจึงต้องคัดเลือกตัวละครที่มีท่าทางหรือสกิลแบบกระสุน พื้นที่โจมตี หรือเล่นได้เข้ากับจังหวะของเกมยิงมากกว่า
เขาระบุว่าทีมอยากใส่ตัวละครจาก Street Fighter 6 ให้ได้มากกว่านี้ แต่ข้อจำกัดด้านความเหมาะสมกับระบบของ Apex ทำให้ไม่สามารถใช้ได้ครบทั้งโรสเตอร์ สุดท้ายจึงเลือกตัวละครที่แฟน ๆ น่าจะจำได้ง่ายและเล่นแล้วไม่ขัดกับรูปแบบของเกม ผลลัพธ์คือคอลลาบที่พยายามบาลานซ์ระหว่างความถูกต้องตามต้นฉบับ ความสวยงามของงานภาพ และความลื่นไหลของเกมเพลย์
เมื่ออีเวนต์เริ่มขึ้น ผู้เล่นจะได้เห็นทั้งคอนเทนต์ธีมใหม่ การบุกตะลุมบอนในโหมด Wildcard Takeover และลูกเล่นอย่างการปล่อย Hadouken ในสนามรบ ซึ่งสะท้อนว่าคอลลาบครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ชุดสกิน แต่เป็นความพยายามยกระดับงานครอสโอเวอร์ให้กลมกลืนกับตัวเกมหลักมากที่สุด


