รีวิว Avatar Aang: The Last Airbender งานแอนิเมชันที่ควรได้ฉายในโรงมากกว่าเสิร์ฟสตรีมมิง
IGN รีวิวภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่ Avatar Aang: The Last Airbender ซึ่งมีกำหนดฉายวันที่ 25 กรกฎาคมบน Paramount+ โดยมองว่านี่คือการกลับมาของโลกอวาตาร์ที่ทำออกมาอย่างจริงจังและสวยงามมาก แต่กลับถูก…

IGN รีวิวภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่ Avatar Aang: The Last Airbender ซึ่งมีกำหนดฉายวันที่ 25 กรกฎาคมบน Paramount+ โดยมองว่านี่คือการกลับมาของโลกอวาตาร์ที่ทำออกมาอย่างจริงจังและสวยงามมาก แต่กลับถูกปล่อยในรูปแบบสตรีมมิงแทนที่จะเป็นหนังโรง ทั้งที่งานภาพ ฉากแอ็กชัน และสเกลของเรื่องชัดเจนว่าถูกสร้างมาเพื่อจอใหญ่
บทความชี้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นเกือบ 20 ปีหลังจากซีรีส์ต้นฉบับจบลง และเล่าเรื่องต่อจากเหตุการณ์ในซีรีส์หลักไม่กี่ปี อังวัยโตขึ้นแล้วและต้องรับบทหนักในฐานะผู้ดูแลสมดุลของธาตุทั้งสี่ พร้อมกับการก่อตั้ง Republic City เมืองที่ให้เหล่าผู้ควบคุมธาตุอยู่ร่วมกันได้ แต่ก็ยังเหลือปัญหาทางการเมืองและสังคมจากความไม่เท่าเทียมของพลังอยู่มาก
แกนเรื่องของหนังอยู่ที่การปะทะกับกลุ่มใหม่ชื่อ The Denied ซึ่งเป็นพวก non-benders ที่มองว่าระบบเดิมไม่ยุติธรรม และการปรากฏตัวของแอร์เบนเดอร์โบราณชื่อ Tagah ทำให้อังต้องรวมทีมอวาตาร์กลับมาออกผจญภัยทั่วโลกเพื่อชิงวัตถุทรงพลังที่อาจเปลี่ยนสมดุลของโลกได้อีกครั้ง ผู้รีวิวมองว่าพล็อตเดินตามสูตรที่เดาง่าย และตัวเรื่องไม่ได้พยายามหักมุมหรือขยายตำนานไปแบบพลิกโลกมากนัก
แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ IGN ชื่นชมว่าบทของ Tim Hedrick และ Christopher Yost โฟกัสที่พัฒนาการของอังได้ดี โดยทำให้เขาต้องเผชิญทั้งความรับผิดชอบจากอดีตและภาระในการรักษาสันติภาพที่ได้มาด้วยความยากลำบาก ส่วนการให้เสียงของ Eric Nam ในบทอังถูกมองว่าทำได้ดีและช่วยรักษาเสน่ห์ของตัวละครเอาไว้ แม้ตัวละครจะโตขึ้นแล้วก็ตาม
ด้านนักพากย์ใหม่ หนังเปลี่ยนทีมพากย์เกือบทั้งหมดตามแนวคิดเรื่องความเหมาะสมเชิงชาติพันธุ์ ทำให้ภาพรวมมีความสดใหม่ แม้บางคนจะโดดเด่นไม่เท่ากัน เช่น Jessica Matten ในบทคาทาราถูกวิจารณ์ว่าแข็งไปบ้าง ขณะที่ Román Zaragoza, Dionne Quan และ Steven Yeun ได้รับคำชมมากกว่า โดยเฉพาะ Yeun ที่ทำให้ซูโค่มีทั้งความตลกและความน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ส่วน Dave Bautista ในบท Tagah และ Geraldine Viswanathan ในบท Kallak ก็ถูกมองว่าช่วยเติมน้ำหนักให้เรื่องได้ดี แต่ Taika Waititi ถูกมองว่ามาในฉากที่ดูยัดเข้ามาเกินจำเป็น
IGN ยังย้ำว่าจุดแข็งที่สุดของหนังคือแอนิเมชันและฉากต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ งดงาม และเปี่ยมพลัง ซึ่งทำให้รู้สึกเสียดายมากที่โปรเจกต์นี้ไม่ได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์ ทั้งที่บรรยากาศและขนาดของงานเหมาะกับการเป็นอีเวนต์ของแฟน ๆ มากกว่าเป็นคอนเทนต์สตรีมมิงทั่วไป
โดยรวม รีวิวมองว่า Avatar Aang: The Last Airbender เป็นการคืนสู่จักรวาลอวาตาร์ที่ทำได้อย่างเอาใจแฟน สะท้อนความอบอุ่นและอารมณ์ของต้นฉบับได้ดี มีภาพสวยและฉากบู๊แข็งแรง แต่เพราะพล็อตค่อนข้างตรงไปตรงมา และไม่มีความทะเยอทะยานด้านเรื่องเล่ามากนัก หนังจึงทำหน้าที่คล้ายส่วนเสริมของจักรวาลมากกว่าการยกระดับแฟรนไชส์ครั้งใหญ่


