รีวิว Beast of Reincarnation: แอ็กชัน RPG บรรยากาศหม่นจาก Game Freak ที่เด่นทั้งพาร์รีและงานกำกับอารมณ์
Beast of Reincarnation คือเกมแอ็กชัน RPG มุมมองบุคคลที่สามจาก Game Freak สตูดิโอผู้อยู่เบื้องหลัง Pokémon ที่คราวนี้หันมาทำผลงานไซไฟ-แฟนตาซีโทนหม่น เล่าเรื่องของ Emma หญิงสาวที่ติดเชื้อ Blight และไม่…

Beast of Reincarnation คือเกมแอ็กชัน RPG มุมมองบุคคลที่สามจาก Game Freak สตูดิโอผู้อยู่เบื้องหลัง Pokémon ที่คราวนี้หันมาทำผลงานไซไฟ-แฟนตาซีโทนหม่น เล่าเรื่องของ Emma หญิงสาวที่ติดเชื้อ Blight และไม่สามารถรู้สึกหรือจำอดีตของตัวเองได้ เธอออกเดินทางพร้อมสุนัขคู่ใจชื่อ Koo เพื่อตามล่า “Beast of Reincarnation” สิ่งมีชีวิตระดับเทพที่เป็นต้นตอของหายนะในโลกอนาคตของญี่ปุ่น ตัวเกมวางจำหน่ายในปี 2026 และอยู่ในระดับราคา AAA เต็มตัว แต่ความรู้สึกโดยรวมกลับออกมาเป็นงานขนาดกลางที่เน้นบุคลิกเฉพาะตัวมากกว่าโชว์สเกลใหญ่
ในเชิงระบบต่อสู้ เกมนี้ยืนอยู่บนแกนของการ “พาร์รี” และหลบจังหวะเป็นหลัก คล้ายเกมที่ได้รับอิทธิพลจาก Sekiro หรือ Stellar Blade แต่ให้หน้าต่างการรับมือที่ผ่อนกว่าบางส่วน ผู้เล่นใช้ดาบเป็นอาวุธหลัก พร้อมอาวุธระยะไกลอย่างธนูและหน้าไม้ที่อัปเกรดได้และผูกกับธาตุต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีแถบพลังพิเศษที่เรียกว่า entanglement gauge ซึ่งช่วยชะลอเวลาและใช้สกิลได้มากขึ้น หากรับจังหวะปัดป้องหรือหลบได้แม่นยำก็จะชาร์จเกจนี้กลับมาได้เร็ว ทำให้เกมออกแบบให้การเล่นเชิงชำนาญมีรางวัลที่ชัดเจน
จุดที่แปลกและน่าสนใจคือการมี Koo สุนัขคู่หูซึ่งไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงประกอบฉาก แต่ช่วยต่อสู้ได้ผ่านเมนูสั่งการแบบเทิร์นเบสเล็ก ๆ และยังช่วยฟื้นเลือดให้ Emma ได้เล็กน้อย ตัวละครทั้งสองใช้แต้มสกิลร่วมกัน ทำให้ผู้เล่นต้องตัดสินใจว่าจะทุ่มกับการยิงไกล สกิลของหมา หรือทักษะด้านอื่น เกมยังมีไอเดียเด่นอย่าง “ผม” ของ Emma ที่ยืดขยายได้ ใช้ปีนขึ้นที่สูง สร้างสะพาน หรือโจมตีศัตรูในรูปแบบแฟนตาซีเหนือจริง ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกเล่นที่ทำให้เกมดูมีเอกลักษณ์มากกว่างานแอ็กชันทั่วไป
อย่างไรก็ดี จุดอ่อนสำคัญอยู่ที่การออกแบบฉากปะทะที่ค่อนข้างจืดและไม่เร้าใจเท่าที่ระบบต่อสู้ควรจะเป็น ศัตรูมักถูกวางกระจัดกระจายบนแผนที่แบบกึ่งเปิดกึ่งเส้นตรง จำนวนไม่มากจนกดดัน และยังมีจุดพักหรือ checkpoint กระจายถี่มากจนความเสี่ยงในการตายต่ำลงไปอีก ผู้รีวิวมองว่าเมื่อเจอศัตรูธรรมดา เกมมักไม่สามารถสร้างความตื่นเต้นได้เต็มที่ ต่างจากช่วงบอสหรือมินิบอสที่ระบบทั้งหมดมารวมกันจนเกิดจังหวะสู้ที่ไหลลื่นและดูสวยงามมากกว่า
ด้านบรรยากาศและงานศิลป์ เกมได้รับคำชมว่ามีโทนเงียบ เศร้า และเนิบกว่าที่ภาพภายนอกชวนคาดคิด แม้โลกหลังหายนะที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณจะดูแน่นและมีเสน่ห์เป็นบางช่วง แต่ภาพรวมกลับรกและเขียวจัดจนอ่านพื้นที่ยาก แถมยังดูคล้ายงานประเภท “ป่าดิบเทคโนโลยี” ที่เคยเห็นในเกมดังอื่นมาก่อน ความสวยงามจึงไม่สม่ำเสมอ และบางครั้งขัดกับเป้าหมายเรื่องความลื่นไหลของการสำรวจ
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือประสิทธิภาพบน PC ซึ่งในการทดสอบบนเครื่อง RTX 3060 Laptop, Ryzen 5 5600H และ RAM 16GB เกมยังมีเฟรมเรตตกบ่อย แม้ปรับกราฟิกระดับกลางและเปิด FSR 3 แล้วก็ยังมีจังหวะสะดุด โดยผู้รีวิวระบุว่ามีแพตช์แก้ปัญหาออกมาหลังรีวิวเผยแพร่ไม่นาน แต่ยังไม่ได้ทดสอบผลจริง สรุปแล้ว Beast of Reincarnation ถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่สมบูรณ์และมีข้อบกพร่องด้านความลื่นไหล แต่โดดเด่นมากในแง่บรรยากาศ การแสดงเสียง และไอเดียการต่อสู้ที่แปลกจากภาพจำเดิมของ Game Freak จนกลายเป็นโปรเจกต์ที่น่าจับตา แม้จะยังไม่ใช่เกมแอ็กชันที่ลงตัวที่สุดก็ตาม


