Beneath a Steel Sky รีวิวเกมผจญภัยไซไฟคลาสสิกยุค 90
รีวิวจาก PC Gamer ฉบับแรกในสหราชอาณาจักรย้อนกลับไปมองผลงานของ Revolution Software และนักวาด Dave Gibbons อย่าง Beneath a Steel Sky ซึ่งเปิดตัวหลังการพัฒนาที่ยาวนาน และถูกนำเสนอในฐานะเกมผจญภัยไซไฟที่…

รีวิวจาก PC Gamer ฉบับแรกในสหราชอาณาจักรย้อนกลับไปมองผลงานของ Revolution Software และนักวาด Dave Gibbons อย่าง Beneath a Steel Sky ซึ่งเปิดตัวหลังการพัฒนาที่ยาวนาน และถูกนำเสนอในฐานะเกมผจญภัยไซไฟที่ได้อิทธิพลจากงานของ Philip K. Dick, William Gibson รวมถึงภาพจำแบบ Blade Runner และ Total Recall ผู้เขียนชี้ว่าแกนเรื่องเล่าของเกมวางฉากโลกอนาคตที่รัฐบาลโลกพังทลาย บริษัทขนาดใหญ่เข้ายึดอำนาจ ผู้คนถูกแบ่งชนชั้นอยู่กันในเมืองแนวตั้ง และพื้นที่นอกเมืองกลายเป็นทะเลทรายที่เรียกว่า The Gap พร้อมตัวเอกอย่าง Robert Foster ที่ถูกตำรวจลึกลับลักพาตัวและต้องเอาตัวรอดหลังเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก
จุดเด่นสำคัญของเกมตามรีวิวคือการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ คลี่คลายแทนการยัดข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ต้น ผู้เล่นแทบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและต้องค้นหาความจริงไปทีละขั้น ซึ่งช่วยสร้างความลึกลับและแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อ เกมมีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ราว 100 ฉาก ปริศนาจำนวนมาก และตัวละครที่น่าสนใจหลายแบบ รวมถึงหุ่นยนต์คู่หู Joey ที่เริ่มต้นจากเป็นเพียงแผงวงจร แต่สามารถนำไปใส่ในร่างกลไกหลากหลายเพื่อช่วยแก้ปัญหา ทำให้ความสัมพันธ์เชิงขัดแย้งระหว่างเขากับ Foster กลายเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้เกมมีชีวิตชีวามากขึ้น
ในมุมของโครงสร้างเกม ผู้เขียนมองว่า Beneath a Steel Sky ยังเดินตามสูตรของเกมผจญภัยคลาสสิกอยู่มาก โดยหัวใจหลักยังเป็นการใช้ไอเท็มให้ถูกที่ ถูกเวลา และไขปริศนาตามลำดับ แต่สิ่งที่ทำให้มันน่าติดตามคือการวางเรื่องที่แน่นและมีรายละเอียดตลอดทั้งเกม ผู้เล่นต้องค่อยๆ ไต่จากเมืองชั้นบนลงสู่พื้นผิวและใต้ดินเพื่อคลี่คลายคดีใหญ่ รวมทั้งต้องรับมือกับระบบความมั่นคง คอมพิวเตอร์กลางที่มีอำนาจสูง และเส้นเรื่องย่อยกับเบาะแสหลอกที่เข้ามาระหว่างทาง
อย่างไรก็ตาม รีวิวไม่ได้ชมแบบไร้ข้อกังขา ผู้เขียนมองว่าเกมมีปัญหาเรื่องโทนเรื่องที่ไม่ลงตัว เพราะแม้ภาพพื้นหลังของ Dave Gibbons และมินิคอมิกประกอบจะช่วยสร้างบรรยากาศเมืองอนาคตที่เสื่อมโทรมได้ดี แต่ตัวละครบนจอกลับไม่ชวนเชื่อถึงความน่ากลัวหรือความจริงจังเท่าที่ควร ขณะที่ดนตรีหลายช่วงก็ออกแนวเบาและไม่เข้ากับบรรยากาศมืดหม่น ทำให้ประสบการณ์โดยรวมถูกลดทอนลง อีกทั้งเกมยังพยายามผสมความเคร่งขรึม ความตลก ความน่ากลัว และการหยอกล้อเข้าด้วยกัน จนไม่สามารถดึงผู้เล่นให้จมไปกับโลกของเกมได้เต็มที่
อีกด้านหนึ่ง รีวิวมีการเปรียบเทียบกับเกมผจญภัยจาก LucasArts โดยเฉพาะ Monkey Island และชี้ให้เห็นว่าความตลกมักเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกมแนวนี้เป็นที่จดจำ ขณะที่ Beneath a Steel Sky กลับไม่ได้เน้นมุกตลกมากนัก ทำให้บางคนอาจรู้สึกว่ามันขาดเสน่ห์ด้านนี้ไป แต่ในท้ายที่สุดผู้เขียนก็ยอมรับว่าเกมยังเป็นผลงานที่แข็งแรง สนุก และทำได้ดีในฐานะ adventure แบบดั้งเดิม เพียงแต่อาจไม่เด่นเท่าคำโฆษณาที่เรียกมันว่า “animated comicbook adventure” อย่างเต็มปาก
สรุปแล้ว รีวิวฉบับนี้มอง Beneath a Steel Sky เป็นเกมผจญภัยไซไฟที่มีงานภาพโดดเด่น เนื้อเรื่องเข้มข้น และการออกแบบปริศนาที่เหมาะกับแฟนเกมแนวนี้ แม้อารมณ์และน้ำเสียงจะไม่สมบูรณ์แบบ และความเป็น “ความล้ำสมัยเชิงคอนเซ็ปต์” อาจถูกพูดเกินจริงไปบ้าง แต่หากผู้เล่นมองมันในฐานะเกมผจญภัยที่สร้างโลกได้แน่นและเล่นสนุก ก็ยังถือเป็นผลงานที่คุ้มค่าและน่าจดจำในยุค 90


