อดีตนักพัฒนา Bethesda เผย ถ้าคุม Starfield เองคงเลือกออกแบบต่างออกไปมาก
Nate Purkeypile อดีตนักพัฒนา Bethesda Game Studios ซึ่งเคยทำงานกับ Skyrim, Fallout 3, Fallout 4, Fallout 76 และมีส่วนกับ Starfield ก่อนออกจากสตูดิโอ ได้ออกมาเล่ามุมมองว่า หากเป็นเขาที่คุมเกมนี้ เขาจะ…

Nate Purkeypile อดีตนักพัฒนา Bethesda Game Studios ซึ่งเคยทำงานกับ Skyrim, Fallout 3, Fallout 4, Fallout 76 และมีส่วนกับ Starfield ก่อนออกจากสตูดิโอ ได้ออกมาเล่ามุมมองว่า หากเป็นเขาที่คุมเกมนี้ เขาจะไม่เลือกแนวทางเดิมที่ Bethesda ใช้ โดยเฉพาะการผลักดันโครงสร้างเกมให้มีดาวเคราะห์มากถึง 1,000 ดวง เพราะมองว่าแนวคิดนี้ทำให้ทีมต้องพึ่งการนำชิ้นงานเดิมมาใช้ซ้ำมากเกินไป และสุดท้ายไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่ “ใหม่” อย่างที่ผู้เล่นคาดหวัง
Purkeypile บอกว่า เขาเคยเตือนภายในทีมตั้งแต่ช่วงพัฒนาแล้วว่า การทำดาวเคราะห์จำนวนมหาศาลน่าจะนำไปสู่ปัญหาคอนเทนต์ซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อเกมไม่ได้สร้างทุกอย่างแบบ procedural เต็มรูปแบบจริง ๆ แต่เป็นการนำชิ้นส่วนดันเจียนหรือสถานที่ต่าง ๆ มาประกอบและจัดวางใหม่เป็นหลัก เขาอธิบายว่า สิ่งนี้ทำให้ Starfield ไม่ได้เป็นเกมที่สร้างความแปลกใหม่ได้ต่อเนื่องเหมือนที่คำว่า procedural generation ทำให้หลายคนเข้าใจ
อดีตนักพัฒนารายนี้ยกตัวอย่างว่า หากเขาเป็นคนตัดสินใจ เขาจะเลือกทำเพียง “ไม่กี่ดาวเคราะห์” แต่ละดวงออกแบบด้วยมือให้มีเอกลักษณ์และโครงสร้างที่ชัดเจน แทนการกระจายทรัพยากรไปยังโลกจำนวนมากเกินไป เขามองว่าเสน่ห์ของเกม Bethesda แบบดั้งเดิมคือการจัดวางสถานที่สำคัญอย่างมีจังหวะและความตั้งใจ ทำให้ผู้เล่นได้พบเหตุการณ์หรือสิ่งน่าสนใจในแบบที่คาดไม่ถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบซ้ำ ๆ ทำได้ยาก
เขายังวิจารณ์ว่าการมีเมืองใหญ่เด่นชัดอยู่บนดาวเคราะห์บางดวง แต่บริเวณนอกเมืองกลับดูว่างเปล่าและไม่สอดคล้องกัน ทำให้ภาพรวมของโลกในเกมดูไม่สมเหตุสมผลในเชิงสิ่งแวดล้อม แม้เขาจะไม่ได้บอกว่า Starfield เป็นเกมแย่ แต่ยอมรับว่าเขาไม่คิดว่ามันยอดเยี่ยม และเชื่อว่าหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือแนวทางการออกแบบที่ไม่สอดคล้องกับจุดแข็งแบบเดิมของ Bethesda
บทสัมภาษณ์นี้ยังสอดคล้องกับความเห็นของอดีตทีม Bethesda อีกรายอย่าง Bruce Nesmith ซึ่งเคยเสนอว่าควรลดจำนวนระบบสุริยะลงมากกว่าที่เกมมีจริง เพราะการขยายสเกลจากหนึ่งระบบไปเป็นจำนวนมากไม่ได้เพิ่มภาระการผลิตมากเท่าที่คนทั่วไปคิด จุดท้าทายหลักคือการสร้างดาวเคราะห์ให้เล่นได้ มีองค์ประกอบและความหลากหลายพอ ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนเพื่อให้ดูยิ่งใหญ่บนกระดาษ
ขณะเดียวกัน Bethesda ยังพยายามยืนยันว่า Starfield จะยังเดินหน้าต่อ โดย Todd Howard ระบุว่าตัวเกมมีผู้เล่นเกิน 17 ล้านคน และสตูดิโอมองว่าเกมนี้ยังเป็นส่วนสำคัญของอนาคต พร้อมสัญญาว่าจะมีการอัปเดต ปรับปรุงเกมเพลย์ และเนื้อหา Starborn เพิ่มเติมในอนาคต แม้กระแสตอบรับหลังเปิดตัวจะไม่ร้อนแรงตามความคาดหวังของแฟน ๆ และส่วนเสริมที่ออกมาภายหลังก็ยังไม่สามารถพลิกภาพรวมได้มากนัก
ภาพรวมของประเด็นนี้สะท้อนความขัดแย้งระหว่าง “ความทะเยอทะยานด้านขนาด” กับ “ความประณีตของการออกแบบ” ในเกม AAA สมัยใหม่ โดย Purkeypile เชื่อว่าความสำเร็จของเกม Bethesda มักมาจากความตั้งใจในการสร้างโลกและจุดน่าสนใจเฉพาะทาง มากกว่าการเพิ่มจำนวนคอนเทนต์แบบกว้าง ๆ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญต่อทิศทางของเกมโอเพนเวิลด์ในอนาคต


