Beyond Good and Evil ยังมีเสน่ห์ แต่ไม่คู่ควรกับดราม่าพัฒนา 20 ปี

บทความนี้เป็นมุมมองย้อนเล่น Beyond Good and Evil ฉบับฉลองครบรอบ 20 ปี ซึ่งผู้เขียนพบว่ายังคงมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง และยังเล่นได้สนุกพอสมควร แม้จะเป็นประสบการณ์ที่สั้นมากก็ตาม เกมยังโดดเด่นด้วยโลกสีสันสดใส แนวคิดการสำรวจผ่านกล้องถ่ายภาพ และบรรยากาศเฉพาะตัวที่ทำให้หลายคนจดจำได้ตั้งแต่วัยเด็ก
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองด้วยสายตาปัจจุบัน ตัวเกมกลับมีเนื้อหาค่อนข้างบาง ระบบต่อสู้ไม่น่าประทับใจ การลอบเร้นทั้งง่ายเกินไปและน่าเบื่อ และตัวละครก็ยังขาดความลึก ผู้เขียนมองว่าเสน่ห์ของเกมอยู่ที่ความเป็นงานชิ้นเล็กที่มีอารมณ์แบบหวานหอมชั่วคราว มากกว่าจะเป็นเกมที่มีความแน่นหนาหรือยืนระยะได้ด้วยเนื้อหา
จากจุดนี้เอง บทความจึงตั้งคำถามว่าทำไม Beyond Good and Evil ถึงกลายเป็นรากฐานของหนึ่งในตำนานการพัฒนาเกมที่ยืดเยื้อและลือเลื่องที่สุดในอุตสาหกรรม ทั้งที่ตัวเกมต้นฉบับมีขนาดและความทะเยอทะยานไม่มากพอจะรองรับการทุ่มเวลาพัฒนานานถึงสองทศวรรษ ผู้เขียนเห็นว่าเกมต้นฉบับเป็นผลงานที่ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้ดี แต่ไม่ได้มีน้ำหนักพอจะผลักดันให้เกิดแรงกดดันหรือความคาดหวังขนาดนั้น
บทความยังสะท้อนอารมณ์กึ่งชื่นชมกึ่งงุนงงต่อสถานะของ Beyond Good and Evil 2 ที่ยังไม่ออกสู่ตลาดเสียที และตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีเพียงวันที่เกมภาคต่อเปิดตัวจริงเท่านั้นที่จะทำให้ผู้เล่นเข้าใจว่าทีมพัฒนากำลังพยายามสร้างอะไรอยู่ ทว่าผู้เขียนก็แสดงความสงสัยอย่างชัดเจนว่าภาพนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
โดยสรุป บทความนี้ไม่ได้ปฏิเสธคุณค่าของ Beyond Good and Evil ในฐานะเกมที่มีเอกลักษณ์และกระทบใจผู้เล่นบางช่วงวัย แต่ชี้ว่าอิทธิพลทางความทรงจำของมันอาจถูกขยายเกินขนาดไปมาก เมื่อเทียบกับความเป็นจริงของตัวเกมและความยืดเยื้อของโปรเจกต์ภาคต่อที่ผูกติดกับมันมานานเกินไป


