EA ปิด BioWare และยุติ Mass Effect ภาคใหม่ หลังปลดพนักงานครั้งใหญ่
Electronic Arts ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จนสะเทือนหนึ่งในสตูดิโอระดับตำนานของวงการเกมอย่าง BioWare โดยมีรายงานว่า EA ปลดพนักงานราว 400 คน หรือประมาณ 3% ของพนักงานทั้งหมด และในจำนวนนั้นมีตำแหน่งที่…

Electronic Arts ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จนสะเทือนหนึ่งในสตูดิโอระดับตำนานของวงการเกมอย่าง BioWare โดยมีรายงานว่า EA ปลดพนักงานราว 400 คน หรือประมาณ 3% ของพนักงานทั้งหมด และในจำนวนนั้นมีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ BioWare ราว 50 ตำแหน่ง การตัดสินใจครั้งนี้นำไปสู่การปิดสตูดิโอ BioWare และยุติการพัฒนาเกม Mass Effect ภาคใหม่ที่อยู่ในช่วงต้นของการพัฒนา
BioWare เคยเป็นค่ายที่สร้างชื่อจากเกมสวมบทบาทระดับยักษ์ และในช่วงหลายปีหลังได้พยายามหาทิศทางใหม่จากความสำเร็จเดิมของซีรีส์ Dragon Age และ Mass Effect แต่โครงการสำคัญหลายชิ้นไม่สามารถทำผลงานได้ตามคาด เช่น Anthem ที่หันไปเน้นเกมบริการออนไลน์ และ Dragon Age: The Veilguard ที่ใช้เวลาพัฒนานานแต่ผลตอบรับไม่ถึงระดับที่หวัง ขณะที่ Mass Effect Andromeda ก็เคยถูกมองว่าไม่ถูกใจแฟน ๆ เท่าที่ควร แม้เวอร์ชันรีมาสเตอร์อย่าง Legendary Edition จะได้รับเสียงตอบรับดีกว่า
สำหรับ Mass Effect ภาคต่อที่ถูกพูดถึงมาหลายปี ก่อนหน้านี้มีข้อมูลยืนยันว่าทีมงานวางแผนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ Mass Effect 3 หลายร้อยปี และกลับไปใช้ฉากหลังในกาแล็กซีทางช้างเผือกเดิม แต่ตอนนี้แผนดังกล่าวถูกยกเลิก ทำให้แฟน ๆ จะไม่ได้เห็นว่าทิศทางเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบซีรีส์ไลฟ์แอ็กชัน Mass Effect ของ Amazon หรือไม่
EA ระบุว่าบริษัทจะหันไปทุ่มทรัพยากรกับธุรกิจหลักและโครงการที่เห็นศักยภาพชัดเจนมากกว่า โดยยังเดินหน้ากับแฟรนไชส์กีฬาต่าง ๆ, Apex Legends, Battlefield และเกมแอ็กชันผจญภัยอย่าง Star Wars: Jedi 3 กับ Marvel’s Iron Man บริษัทอ้างว่าอุตสาหกรรมเกมกำลังเปลี่ยนเร็ว ผู้เล่นมีตัวเลือกมากขึ้น และการแข่งขันก็รุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้อง “รวมทีม เทคโนโลยี และการลงทุน” ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ใหม่
ในเอกสารภายใน EA ยังชี้ว่าอนาคตของบริษัทจะอยู่ภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเสริมความแข็งแกร่งให้แฟรนไชส์หลัก การขยายฐานผู้เล่น และการปรับรูปแบบธุรกิจให้สอดรับกับตลาดที่เปลี่ยนไป แม้จะมีการลดจำนวนโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่พร้อมกันลง แต่ EA ยืนยันว่าจะยังลงทุนกับบางเกมที่มีศักยภาพสูง เช่น Battlefield, Apex Legends และโปรเจ็กต์ใหม่จาก EA Sports ซึ่งรวมถึงเกมอเมริกันฟุตบอลแนวโซเชียลโอเพ่นเวิลด์ และการปลุกซีรีส์ Fight Night กลับมาในช่วง pre-production
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก EA เพิ่งถูกซื้อกิจการแบบ leveraged buyout มูลค่า 55,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการปรับโครงสร้างและการจัดสรรงบประมาณอย่างเข้มงวด เหตุการณ์จึงสะท้อนทั้งการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ และจุดเปลี่ยนสำคัญของ BioWare ที่จากสตูดิโอผู้สร้างตำนาน กลายเป็นหนึ่งในเหยื่อของการลดขนาดองค์กรในยุคที่ตลาดเกมแข่งขันสูงและความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมาก


