Slow Horses ซีซัน 6 ตอนจบปิดปมใหญ่ แต่ยังไม่แสบเท่าที่ควร
ตอนจบของ Slow Horses ซีซัน 6 พาผู้ชมกลับเข้าสู่วังวนเดิมของซีรีส์อย่างเต็มตัว ทั้งการถูกไล่ล่า การเอาตัวรอดแบบเสี่ยงตาย และแผนซ้อนแผนที่มี Jackson Lamb เป็นตัวเดินเกมสำคัญ โดยตอนนี้ยังมีฉากเด่นให้แฟน…

ตอนจบของ Slow Horses ซีซัน 6 พาผู้ชมกลับเข้าสู่วังวนเดิมของซีรีส์อย่างเต็มตัว ทั้งการถูกไล่ล่า การเอาตัวรอดแบบเสี่ยงตาย และแผนซ้อนแผนที่มี Jackson Lamb เป็นตัวเดินเกมสำคัญ โดยตอนนี้ยังมีฉากเด่นให้แฟน ๆ จดจำ เช่น จังหวะฮีโร่ของ Reece Nesmith และการปะทะกันระหว่าง River Cartwright กับ Frank Harkness ที่เผยให้เห็นความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างพ่อกับลูกในแบบที่ทั้งตึงเครียดและมีแววอ่อนลงอยู่บ้างในตอนท้าย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่าตอนจบนี้ค่อนข้าง “เรียบร้อย” เกินไปเมื่อเทียบกับมาตรฐานของ Slow Horses ที่มักชอบความโกลาหลและบทสรุปขม ๆ แบบไม่ค่อยยอมให้ทุกอย่างคลี่คลายง่าย ๆ ซีซันนี้ปิดคดีรัสเซียและเกมการเมืองของ MI5 ได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา พร้อมทิ้งคลิฟแฮงเกอร์ไปสู่ซีซัน 7 แต่ความรู้สึกโดยรวมกลับเหมือนเส้นเรื่องหลายส่วนถูกจัดวางให้เข้ารูปมากกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับซีรีส์ที่เด่นเรื่องความเละเทะอย่างมีเสน่ห์
จุดที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดคือเส้นเรื่องของ Diana Taverner ที่ดูไม่น่าเชื่อเท่าไรนักเมื่อเธอเลือกยอมรับความจริงและยอมเปิดโปงตัวเองหลังจากปฏิเสธทุกอย่างมาตลอดทั้งซีซัน แม้การตัดสินใจของเธอจะช่วยปิดจุดเสี่ยงทางการเมืองและโยนความผิดไปให้ตัวละครอื่นอย่าง Damien Cantor กับ Peter Judd ได้ แต่บทสรุปก็ดูเหมือนจะพึ่งพาความบังเอิญและการยอมรับข้อกล่าวหาอย่างง่ายเกินไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าข้อหากบฏระดับนี้น่าจะต้องมีการสอบสวนต่อเนื่องมากกว่าการรับคำบอกเล่าของคนในตำแหน่งสูงเพียงอย่างเดียว
อีกประเด็นคือวายร้ายหลักอย่าง Cantor ซึ่งถูกมองว่ายังไม่ลึกพอและไม่ได้น่าจดจำเท่าคู่ต่อสู้จากซีซันก่อน ๆ เขาเป็นตัวร้ายที่มีแรงจูงใจเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจและสื่อ แต่ซีรีส์ไม่ได้ขยายมิติของเขามากนัก ทำให้บทบาทของเขากลายเป็นเพียงตัวสร้างปัญหาเฉพาะหน้า มากกว่าจะเป็นศัตรูที่มีน้ำหนักทางความคิดหรือสังคมอย่างแท้จริง
ในด้านฉากแอ็กชันและการไล่ล่า กลุ่ม Slough House ยังทำหน้าที่ได้สนุกตามสูตร ทั้งการหลบหนีในบ้านพักหรู การแยกทีมต่อสู้ และการหนีเอาชีวิตรอดตามพื้นที่ต่าง ๆ แต่จังหวะตัดสลับของเหตุการณ์ทำให้แรงส่งของตอนสะดุดเป็นระยะ ขณะที่บางเส้นเรื่อง เช่น การเสียสละของ Emma Flyte หรือการรอดตายของ Louisa Guy ก็ถูกวางไว้อย่างพอคาดเดาได้ แม้จะยังช่วยเพิ่มความตึงเครียดให้ตอนจบอยู่บ้าง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดกลับอยู่ที่แรงจูงใจของ Frank Harkness และการที่เรื่องเปิดช่องให้เขายังมีบทบาทต่อไปในอนาคต รวมถึงฉากสุดท้ายที่ River กลับไปบ้านคุณปู่แล้วเกิดเหตุไม่คาดคิดหลังจากดื่มชาและไวน์ ซึ่งทำให้ซีรีส์ทิ้งคำถามใหม่ไว้เพียบ ทั้งเรื่องกับดักที่อาจถูกวางไว้ล่วงหน้า และตัวตนของ Sid ที่ยังคลุมเครือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ ตอนจบจึงยังพอรักษาเอกลักษณ์ของ Slow Horses ได้ในระดับหนึ่ง เพราะแม้จะดูปิดเรื่องอย่างเป็นระเบียบ แต่ก็ยังทิ้งเงื่อนงำให้คิดต่อและพร้อมปั่นทฤษฎีสำหรับซีซันถัดไป


