Blizzard เปิดตัว World of Warcraft Forever เกม Classic Plus ใหม่ใน BlizzCon 2026
Blizzard ปิดช่วงเปิดงาน BlizzCon 2026 ด้วยการประกาศโปรเจกต์ใหญ่ที่แฟน World of Warcraft รอจับตา คือ World of Warcraft Forever เกมแนว “Classic Plus” ที่พัฒนาโดยทีม World of Warcraft Classic และวางบริบท…

Blizzard ปิดช่วงเปิดงาน BlizzCon 2026 ด้วยการประกาศโปรเจกต์ใหญ่ที่แฟน World of Warcraft รอจับตา คือ World of Warcraft Forever เกมแนว “Classic Plus” ที่พัฒนาโดยทีม World of Warcraft Classic และวางบริบทไว้ในช่วงปีแรกของจักรวาลเกมต้นฉบับ แนวคิดของเกมนี้คือการต่อยอดเสน่ห์แบบคลาสสิกของ WoW แต่เพิ่มเนื้อหาใหม่เข้าไปอย่างจริงจัง แทนที่จะเป็นเพียงการรีมาสเตอร์หรือเปิดเซิร์ฟเวอร์ย้อนยุคแบบเดิมๆ
จากข้อมูลที่เปิดเผย เกมจะมีพื้นที่ใหม่ 3 โซน พร้อมการปรับปรุงโซนเก่าหลายแห่งให้เข้ากับประสบการณ์แบบใหม่ นอกจากนี้ยังมีภารกิจมากกว่า 1,000 เควสต์ ซึ่งบ่งชี้ว่า Blizzard ตั้งใจทำเนื้อหาขนาดใหญ่พอจะรองรับการเล่นระยะยาว ไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริมเล็กๆ เท่านั้น
ด้านคอนเทนต์สำหรับการเล่น Blizzard ระบุว่าจะมีดันเจียนใหม่ 9 แห่ง และยังมีเผ่าพันธุ์ใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งน่าจะเป็นจุดขายสำคัญสำหรับผู้เล่นที่อยากเห็นการขยายโลกของ WoW ในกรอบยุคคลาสสิกอย่างเป็นทางการ การนำองค์ประกอบเหล่านี้มาใส่ในช่วงไทม์ไลน์แรกของเกมอาจช่วยให้เกมใหม่มีทั้งกลิ่นอายคุ้นเคยและความสดใหม่ในเวลาเดียวกัน
ในงานเดียวกัน Blizzard ยังเผยคัตซีนของ World of Warcraft Forever และยืนยันกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งทำให้โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการประกาศเชิงแนวคิด แต่เป็นเกมที่มีกรอบเวลาชัดเจนแล้ว ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่า Blizzard เตรียมผลักดันสาย Classic ให้เป็นมากกว่ากิจกรรมสำหรับแฟนเก่า
นอกเหนือจากโปรเจกต์ใหม่นี้ Blizzard ยังพูดถึงอัปเดตคอนเทนต์ถัดไปของ World of Warcraft: Midnight ในชื่อ Eclipse โดยมีทั้งคัตซีนและตัวอย่างเกมเพลย์ให้ชมด้วย นั่นแปลว่าบริษัทกำลังเดินเกมสองทางพร้อมกัน ทั้งขยายจักรวาลภาคปัจจุบัน และสร้างประสบการณ์ใหม่ในสายคลาสสิก
อีกประเด็นที่แฟนๆ ให้ความสนใจคือการยืนยันว่า The Last Titan ซึ่งเป็นบทสุดท้ายของ Worldsoul Saga กำลังจะมาถึง สะท้อนว่า Blizzard วางโรดแมปของแฟรนไชส์ไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ สำหรับผู้เล่นแล้ว งาน BlizzCon รอบนี้จึงเป็นทั้งการเปิดตัวอนาคตของ WoW และการส่งสัญญาณชัดเจนว่าแบรนด์หลักของ Blizzard ยังเดินหน้าขยายเนื้อหาอย่างจริงจังต่อไป

