แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี
nerdsify
Games

รีวิว Blood Dungeon: เปลี่ยนสูตร Survivors-like ให้เป็นเกมแอ็กชันเลื่อนด้านข้างที่ดูดีและเล่นลื่น

รีวิว Blood Dungeon: เปลี่ยนสูตร Survivors-like ให้เป็นเกมแอ็กชันเลื่อนด้านข้างที่ดูดีและเล่นลื่น

Blood Dungeon ผลงานจาก Messhof สตูดิโอผู้สร้าง Nidhogg ถูกวางตัวเป็นเกมแนว autoshooter หรือ Survivors-like ที่ย้ายสมรภูมิจากมุมมองจากบนลงล่างไปสู่เกมแพลตฟอร์มเลื่อนด้านข้างอย่างชัดเจน ทำให้ภาพรวมของเกมแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเดียวกันพอสมควร ตัวเกมยังคงแกนหลักของแนวนี้ไว้ครบถ้วน คือผู้เล่นต้องเคลื่อนที่ไปรอบฉากที่ศัตรูหลั่งไหลเข้ามาโดยอัตโนมัติ เก็บประสบการณ์ และเลือกอัปเกรดแบบสุ่มทุกครั้งที่เลเวลขึ้น จนรอบหนึ่งจบได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบ นาที

จุดเด่นที่ผู้รีวิวชื่นชมมากคือ “การนำเสนอ” และ “ความรู้สึกในการเล่น” Messhof ใช้สไตล์ภาพ 2D กลมมนที่เป็นเอกลักษณ์ของค่ายได้เข้ากับเกมนี้อย่างดี แอนิเมชันหลายช่วงถูกยกให้ทำออกมาโดดเด่น ขณะที่ดนตรีแนว dungeon drum ’n’ bass ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่ทั้งวุ่นวายและชวนติดตาม ตัวเกมจึงดูมีงานศิลป์และบุคลิกมากกว่าเกมในกลุ่ม Survivors-like ทั่วไป ซึ่งมักพึ่งพาความโกลาหลของเอฟเฟกต์เป็นหลัก

การเปลี่ยนจากมุมมองแบบบนลงล่างมาเป็นฉากด้านข้างทำให้ Blood Dungeon มีมิติด้านการเคลื่อนที่ที่ต่างออกไป แม้แต่ละด่านยังคงใช้โครงสร้างแบบที่แฟนแนวนี้คุ้นเคย เช่น ทางเดินแนวนอน แนวดิ่ง พื้นที่มีน้ำ หรือฉากที่ต้องขุดทาง แต่แผนที่ถูกออกแบบให้มีเลย์เอาต์ตายตัว ขณะเดียวกันตำแหน่งของไอเทมหรือกุญแจส่วนใหญ่ยังสุ่ม ทำให้การจำแผนที่มีความสำคัญมากขึ้น ผู้เล่นต้องรู้ว่าควรเปิดทางไหน เก็บของตรงไหน และวางแผนเส้นทางอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดในช่วงท้ายที่ความวุ่นวายพุ่งถึงขีดสุด

รีวิวระบุว่าช่วงต้นเกมให้ความรู้สึกสนุกและรางวัลตอบแทนมาเร็วมาก การปลดล็อกตัวละคร อัปเกรดค่าพลัง และทดลองอาวุธหลากหลายชนิดช่วยสร้างแรงจูงใจได้ดี โดยอาวุธบางชิ้นอย่างลูกบอลกระเด้ง ป้อมปืน เลเซอร์ หรือช็อตกันที่เพิ่มจำนวนกระสุนได้มากขึ้น ถูกมองว่าสร้างสถานการณ์ที่สะใจและมีประสิทธิภาพในการลุยบอสช่วงต้น ตัวละครก็มีเอกลักษณ์พอสมควร เช่น ตัวที่เคลื่อนที่ไวมาก ตัวที่ใช้ปืนแรงสูง หรือสายเวทที่มีความแปลกประหลาดตามสไตล์ของเกม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเล่นไปนานขึ้น ผู้รีวิวมองว่าเกมเริ่มเผยข้อจำกัดของแนวนี้ชัดเจน คือความสนุกจำนวนมากผูกอยู่กับระบบรางวัลและการปลดล็อกมากกว่าคุณค่าของแกนเกมเอง เมื่อแรงจูงใจจากของใหม่ลดลง ประสบการณ์ก็เริ่มให้ความรู้สึกเป็นงานซ้ำ ๆ และกลายเป็นการไล่เก็บแต้มเพื่อวนกลับไปเริ่มใหม่ มากกว่าจะเกิดความรู้สึกพัฒนาเชิงทักษะอย่างแท้จริง แม้การเคลื่อนที่และการต่อสู้จะทำออกมา “ลื่น” และมีคุณภาพสูงก็ตาม

โดยสรุป Blood Dungeon ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำเกมแนว Survivors-like ได้ดีและมีสไตล์ที่สุดเกมหนึ่ง ทั้งในแง่ภาพ เสียง และความลื่นไหลของการควบคุม แต่ในอีกด้านก็ยังติดข้อจำกัดเดียวกับเกมในแนวเดียวกันหลายเกม คือความน่าเล่นระยะยาวอาจลดลงเมื่อความตื่นเต้นจากระบบสุ่มและรางวัลเริ่มจางหาย ผู้รีวิวจึงสรุปในเชิงชื่นชมว่ามันเป็นเกมที่สนุกระหว่างเล่น แต่ไม่ใช่เกมที่อยากหวนกลับไปคิดถึงหลังวางจอยแล้ว

แท็ก:
Path of Exile 2 เตรียมเพิ่ม death recap ในตัวเกมเต็มวันที่ 11 ธันวาคม
Games

Path of Exile 2 เตรียมเพิ่ม death recap ในตัวเกมเต็มวันที่ 11 ธันวาคม

Jonathan Rogers ยืนยันว่าฟีเจอร์สรุปความเสียหายก่อนตายจะอยู่ในเกมเวอร์ชัน 1.0 เพื่อช่วยให้ผู้เล่นรู้ว่าควรแก้ตัวละครตรงไหน และแยกได้ว่าโดนสังหารเพราะบิลด์ของตัวเองหรือความเสียสมดุลของมอนสเตอร์

Pool of Radiance: Ruins of Myth Drannor กลับมาวางขายอีกครั้งหลังเคยขึ้นชื่อเรื่องบั๊กหนัก
Games

Pool of Radiance: Ruins of Myth Drannor กลับมาวางขายอีกครั้งหลังเคยขึ้นชื่อเรื่องบั๊กหนัก

SNEG นำเกม Dungeon crawler ปี 2001 กลับมาวางขายบน Steam และ GOG พร้อมปรับปรุงให้เล่นได้จริงมากกว่าตอนเปิดตัวเดิมที่เลื่องชื่อเรื่องบั๊ก

ผู้เล่น World of Warcraft Forever ทีม JokerD ขึ้นเลเวล 60 ได้ก่อนใครหลังเปิดเกม 3 วัน
Games

ผู้เล่น World of Warcraft Forever ทีม JokerD ขึ้นเลเวล 60 ได้ก่อนใครหลังเปิดเกม 3 วัน

ทีมสปีดรันของ JokerD ทำสถิติเลเวล 60 เป็นกลุ่มแรกใน World of Warcraft Forever แต่คอนเทนต์ท้ายเกมยังไม่เปิด ทำให้ผู้เล่นที่รีบปั้นตัวละครอาจต้องรออีกพักใหญ่