Boorman and the Devil สารคดีเจาะเบื้องหลัง Exorcist II ชี้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างศิลปินกับผู้ชม
สารคดีเรื่อง Boorman and the Devil พาผู้ชมย้อนกลับไปดูเบื้องหลังการสร้าง Exorcist II: The Heretic ผลงานที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในภาคต่อที่ล้มเหลวที่สุดของฮอลลีวูด และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเส้นทางอาชีพของ…

สารคดีเรื่อง Boorman and the Devil พาผู้ชมย้อนกลับไปดูเบื้องหลังการสร้าง Exorcist II: The Heretic ผลงานที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในภาคต่อที่ล้มเหลวที่สุดของฮอลลีวูด และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเส้นทางอาชีพของผู้กำกับจอห์น บูร์แมน หนังสารคดีไม่ได้เล่าเพียงประวัติของตัวภาพยนตร์ แต่ชี้ให้เห็นบริบทของบูร์แมนก่อนรับงานนี้ ทั้งช่วงตกต่ำจาก Zardoz และความพยายามจะก้าวไปสู่ผลงานที่ทะเยอทะยานอย่าง Excalibur
จุดเด่นของสารคดีอยู่ที่การสำรวจว่า บูร์แมนมองโปรเจกต์นี้เป็นงานเชิงจิตวิญญาณและเชิงบทกวีมากกว่าจะเป็น “ภาคต่อ” ตรงตัว เขาตั้งใจทำหนังให้เป็นการตีความใหม่หรือเป็นการตอบโต้แนวคิดจากต้นฉบับ มากกว่าจะผลิตหนังสยองขวัญที่ตอบสนองความคาดหวังของตลาด แต่ปัญหาคือผู้ชมและสตูดิโอคาดหวัง Exorcist II ในแบบที่ควรจะสืบทอดความสำเร็จของภาคแรก ขณะที่ตัวหนังกลับเดินไปอีกทิศทางหนึ่ง จนกลายเป็นความไม่ลงรอยกันระหว่างเจตนาศิลปินกับความต้องการของตลาดอย่างชัดเจน
ตัวสารคดีทำหน้าที่ได้ดีในการอธิบายขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยาก ทั้งการเขียนบท การถ่ายทำที่สะดุดเพราะบูร์แมนป่วยหนักและต้องหยุดพักการทำงาน รวมถึงแรงกดดันจากสตูดิโอและกระแสคาดหวังจากสาธารณะ ผู้สร้างใช้ภาพประกอบและแอนิเมชันช่วยเล่าเหตุการณ์หลังฉาก ทำให้เรื่องราวที่อาจกลายเป็นเพียงสารคดีสัมภาษณ์ธรรมดาดูมีชีวิตชีวาและเข้าใจง่ายขึ้น
สารคดียังได้แรงจากคำสัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้องหลายคน โดยเฉพาะบูร์แมนเองที่ยังคงคมคายและมองย้อนอดีตอย่างเฉียบแหลม นอกจากนี้ยังมีคำเล่าจากลินดา แบลร์, ลูอีส เฟลทเชอร์ และทีมงานบางส่วน รวมถึงผู้กำกับและนักวิจารณ์รายอื่นที่ช่วยเติมมุมมองต่อความล้มเหลวของหนัง เฟลทเชอร์โดดเด่นเป็นพิเศษด้วยอารมณ์ขันและความตรงไปตรงมา ขณะที่การปรากฏตัวของผู้ร่วมงานอย่างรอซโป พัลเลนเบิร์ก ก็สะท้อนให้เห็นความซับซ้อนและความขัดแย้งภายในกองถ่าย
โดยภาพรวม Boorman and the Devil ไม่ได้เป็นแค่สารคดีสำหรับแฟนหนังสยองขวัญ แต่ยังเป็นงานว่าด้วยต้นทุนของความทะเยอทะยานทางศิลปะ การเสี่ยงทำสิ่งที่แตกต่าง และราคาที่ผู้กำกับต้องจ่ายเมื่อผลงานไม่ตอบโจทย์ทั้งผู้ชมและผู้จ้าง สารคดีชี้ให้เห็นว่า The Heretic อาจเป็นบทเรียนสำคัญของฮอลลีวูดเกี่ยวกับการทำภาคต่อ การจัดการความคาดหวัง และเส้นบางๆ ระหว่างความกล้าทางความคิดกับความพังพินาศในอาชีพ


