Nintendo ออกกล่องไวนิลเพลง Breath of the Wild แบบ 8 แผ่นสำหรับแฟนสะสม Zelda
Nintendo ร่วมกับ Laced Records วางจำหน่ายอัลบั้มเพลงประกอบ The Legend of Zelda: Breath of the Wild บนแผ่นไวนิล 2 เวอร์ชัน ได้แก่ ชุด 2LP ที่คัดมา 34 เพลง และชุดกล่อง 8LP ที่รวบรวมถึง 130 เพลง โดยรุ่น…

Nintendo ร่วมกับ Laced Records วางจำหน่ายอัลบั้มเพลงประกอบ The Legend of Zelda: Breath of the Wild บนแผ่นไวนิล 2 เวอร์ชัน ได้แก่ ชุด 2LP ที่คัดมา 34 เพลง และชุดกล่อง 8LP ที่รวบรวมถึง 130 เพลง โดยรุ่นหลังถูกมองว่าเป็นไอเท็มสำหรับนักสะสมตัวจริงมากกว่าคนฟังทั่วไป เพราะมีราคาสูงถึง 194.99 ดอลลาร์ แต่ก็สะท้อนความตั้งใจในการออกแบบและคัดเลือกเพลงอย่างพิถีพิถัน
บทความต้นทางเน้นว่า Breath of the Wild มีเอกลักษณ์ด้านดนตรีต่างจาก Zelda ภาคก่อน ๆ เพราะใช้โทนเรียบ เงียบ และมินิมอลมากขึ้น แทนที่ธีมผจญภัยที่ยิ่งใหญ่และจดจำง่ายแบบซีรีส์ดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม เพลงประกอบยังมีช่วงที่โอ่อ่าและเต็มอารมณ์ในฉากสำคัญ เช่น การต่อสู้กับบอส การเข้าพบตัวละครหลัก หรือภารกิจของหนึ่งในสี่แชมเปียน ทำให้ซาวด์แทร็กชุดนี้มีความหลากหลายพอสำหรับการทำเป็นกล่องแผ่นเสียงหลายแผ่น
จุดเด่นสำคัญของชุด 8LP คือการจัดเพลงตามธีมของแต่ละแผ่น ไม่ได้เรียงแบบสุ่ม เช่น มีแผ่นที่รวบรวมเพลงตอนสำรวจโลกกว้าง เพลงต่อสู้ เพลงประจำภารกิจของ Divine Beast แต่ละตัว รวมถึงแผ่นที่อุทิศให้ตัวละครอย่าง Kass ที่มีแนวเพลงเปียโนและแอคคอร์เดียนเด่นชัด การจัดลำดับแบบนี้ช่วยให้ผู้ฟังสัมผัสโครงสร้างของเกมและอารมณ์ของแต่ละพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น แม้ในเกมผู้เล่นจะเจอเพลงเหล่านี้แบบกระจัดกระจาย
ด้านงานผลิต ชุดนี้ได้รับคำชมเรื่องความประณีตของแพ็กเกจจิงและงานศิลป์ ทั้งปลอกด้านใน แผ่นภาพประกอบ และสลีฟที่จับคู่กับธีมของเพลงในแผ่นนั้น ๆ เช่น ภาพ Link ขี่ม้าพร้อมออกเดินทางในชุดเพลงสำรวจโลก หรือภาพการต่อสู้ในเขต Rito Village ที่สื่อถึงการเผชิญหน้ากับ Windblight Ganon แผ่นไวนิลมีให้เลือกหลายแบบ โดยรุ่นที่ผู้รีวิวได้รับเป็นแผ่นสีขาวพร้อมลวดลายกระเซ็นสีฟ้าและทอง ขณะที่อีกเวอร์ชันหนึ่งใช้แผ่นดำแบบคลาสสิกสำหรับคนที่ชอบโทนดั้งเดิมกว่า
อีกประเด็นที่ถูกย้ำคือคุณภาพเสียงและการเก็บงาน ตัวรีวิวระบุว่าแผ่นที่ได้รับมาอยู่ในสภาพดี ไม่บิดงอ และมีเสียงรบกวนผิวน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนด้านของแผ่นทั้งหมด สะท้อนว่าชุดนี้ไม่ได้ขายเพียงในฐานะของสะสมหน้าตาดี แต่ยังรักษามาตรฐานการฟังจริงจังได้ดีพอสมควร แม้ผู้เขียนจะยอมรับว่าตนไม่ใช่สายออดิโอไฟล์ก็ตาม
แม้ซาวด์แทร็กชุดนี้จะฟังได้ผ่านบริการสตรีมมิงของ Nintendo อยู่แล้ว แต่รีวิวมองว่าเสน่ห์ของมันอยู่ที่การเป็นวัตถุสะสมที่เชื่อมโยงความทรงจำของเกมเข้ากับประสบการณ์ฟังเพลงแบบจับต้องได้ จึงเหมาะกับแฟน Zelda ที่ชอบของสะสมระดับพรีเมียมมากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ขณะเดียวกันผู้เขียนยังแอบหวังว่านินเท็นโดจะต่อยอดไปสู่ Tears of the Kingdom เพราะมองว่าซาวด์แทร็กภาคนั้นยิ่งน่าจดจำกว่า Breath of the Wild เสียอีก


