Buddy รีวิวหนังสยองขวัญล้อเลียนรายการเด็กจากผู้สร้าง Too Many Cooks
Buddy คือผลงานล่าสุดของ Casper Kelly ผู้กำกับที่เคยสร้างชื่อจาก Too Many Cooks และหนังเรื่องนี้ก็เดินตามจิตวิญญาณเดียวกันอย่างชัดเจน ด้วยการเริ่มต้นจากภาพลักษณ์ของรายการเด็กยุค 90 ที่ดูสดใสไร้พิษภัย…

Buddy คือผลงานล่าสุดของ Casper Kelly ผู้กำกับที่เคยสร้างชื่อจาก Too Many Cooks และหนังเรื่องนี้ก็เดินตามจิตวิญญาณเดียวกันอย่างชัดเจน ด้วยการเริ่มต้นจากภาพลักษณ์ของรายการเด็กยุค 90 ที่ดูสดใสไร้พิษภัย ก่อนค่อยๆ บิดอารมณ์ไปสู่ความสยองแบบเหนือจริงและความวิปลาสที่คาดเดาไม่ได้ หนังเลือกใช้รูปแบบของรายการเสริมทักษะสำหรับเด็กเป็นฉากหน้าของเรื่องราว และค่อยๆ เผยให้เห็นว่าความน่ารักและความเป็นมิตรที่ตัวละครหลักแสดงออกมานั้นซ่อนเจตนาที่มืดมนกว่าเอาไว้
จุดเด่นที่สุดของหนังอยู่ที่การควบคุมโทนเรื่องอย่างแม่นยำ ตั้งแต่เสียงพากย์ของ Buddy ยูนิคอร์นที่ให้โดย Keegan-Michael Key ซึ่งทำให้ตัวละครฟังดูอบอุ่นแต่แฝงความอันตราย ไปจนถึงการแสดงของเด็กๆ ที่ช่วยพยุงความไม่แน่นอนของบรรยากาศเอาไว้ได้ดี หนังค่อยๆ ขยับจากความน่ารักไปสู่ความโหดร้ายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้ช่วงที่ความรุนแรงหรือความผิดปกติเริ่มโผล่ขึ้นมาดูสะดุ้งและได้ผลมากกว่าหนังสยองขวัญตรงไปตรงมา
อีกสิ่งที่ถูกยกให้เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องคือดีไซน์งานสร้าง ทั้งฉากที่ดูเหมือนสตูดิโอรายการเด็กสีสันจัดจ้าน หุ่นเชิด และเพลงประกอบแบบติดหู ล้วนช่วยทำให้โลกของ Buddy ดูมีเอกลักษณ์และน่าเชื่อในกรอบของคอนเซ็ปต์เดียวกัน ขณะเดียวกันตัวละครสมทบอย่างของใช้หรือวัตถุที่พูดได้ก็สร้างสีสันให้หนัง และยังช่วยขยายมุมมองว่าใครในโลกของเรื่องที่ “มองทะลุ” เปลือกนอกของ Buddy ออกบ้าง
อย่างไรก็ดี IGN มองว่าหนังมีปัญหาเรื่องจังหวะเล่าเรื่องอยู่พอสมควร แม้ความยาวเพียง 96 นาที แต่โครงสร้างที่เน้นให้ตัวละครเด็กตั้งคำถามกับโลกของตัวเองและค่อยๆ รู้ความจริง ทำให้บางช่วงดูสะดุดและยืดกว่าที่ควรจะเป็น ความพยายามยึดติดกับภาษาภาพของรายการเด็กในช่วงแรกก็ทำให้ความสดใหม่ลดลงเร็ว และเมื่อเรื่องเริ่มไปสู่พื้นที่ที่จริงจังกว่า ก็ยิ่งทำให้จุดที่ไม่ลงล็อกบางอย่างในงานภาพเด่นขึ้นมา
รีวิวชี้ว่าหนังทำได้ดีที่สุดเมื่อปล่อยให้การแสดงของ Cristin Milioti เข้ามาเป็นแกนของอารมณ์ในช่วงหลัง เธอช่วยยกระดับเรื่องให้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเนื้อหาเริ่มเผยด้านมืดอย่างเต็มตัว พร้อมทั้งพาหนังไปไกลกว่าความเป็นแค่หนังสยองแนวมาสคอตทั่วไป ผู้เขียนมองว่า Buddy ไม่ได้พึ่งเพียงการล้อเลียนหรือความช็อกเท่านั้น แต่ยังพูดถึงอันตรายของ “ความคิดบวกที่เป็นพิษ” และการใช้ภาพลักษณ์ปลอบประโลมมาบดบังความจริงที่ไม่น่ามอง
โดยรวม Buddy ถูกมองว่าเป็นหนังที่มีไอเดียแข็งแรง มีสไตล์ชัด และสืบทอดความบ้าคลั่งแบบที่ Casper Kelly ถนัดได้อย่างน่าจดจำ แม้จะมีปัญหาเรื่องจังหวะและความสม่ำเสมอของรายละเอียดบางจุด แต่หนังก็ยังมีลูกเล่นและทิศทางที่ทำให้ตอนจบซึ่งพอคาดเดาได้ไม่เสียแรงส่ง สำหรับคนที่ชอบงานสยองขวัญสายแปลก หลอนแบบเสียดสี และการเล่าเรื่องที่ใช้ความน่ารักเป็นทางผ่านไปสู่ความมืด Buddy ถือเป็นผลงานที่น่าจับตา


