ไมโครซอฟท์มอบ Halo ให้ทีม Call of Duty ของ Activision หลังปรับโครงสร้าง Xbox ครั้งใหญ่
ไมโครซอฟท์ยืนยันว่าจะให้ Activision รับหน้าที่พัฒนาเกม Halo ภาคหลักถัดไป ขณะที่ Halo Studios ซึ่งเดิมคือ 343 Industries ถูกปรับลดบทบาทอย่างหนักจากการปลดพนักงานรอบล่าสุดในเครือ Xbox การเปลี่ยนแปลงครั้ง…

ไมโครซอฟท์ยืนยันว่าจะให้ Activision รับหน้าที่พัฒนาเกม Halo ภาคหลักถัดไป ขณะที่ Halo Studios ซึ่งเดิมคือ 343 Industries ถูกปรับลดบทบาทอย่างหนักจากการปลดพนักงานรอบล่าสุดในเครือ Xbox การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเลิกจ้าง 268 คนในหลายทีมของ Xbox โดยส่วนใหญ่กระทบ Halo Studios และนับเป็นส่วนหนึ่งของการ “รีเซ็ต” ธุรกิจเกมของบริษัทที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังจากก่อนหน้านั้นไมโครซอฟท์ได้ปลดพนักงานไปแล้ว 1,600 คน และยังเตรียมปรับลดเพิ่มเติมอีกในปีงบประมาณนี้
Matt Booty ผู้บริหารฝ่ายคอนเทนต์ของ Xbox ระบุว่าการปรับโครงสร้างที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม รวมถึงการแยกหรือขายบางสตูดิโอ ทำให้บริษัทเดินหน้าไปแล้วราวสามในสี่ของแผนปรับลดครั้งนี้ เขาย้ำว่าการตัดสินใจดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพนักงานจำนวนมากและเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับทีมงานที่ต้องจากไป พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าบริษัทต้องการจัดองค์กรให้กระชับขึ้น ลดจำนวนหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และรวมทีมที่ทำงานใกล้ชิดกันอยู่แล้วเข้ามาอยู่ในกรอบเดียวกันมากขึ้น
สำหรับ Halo นั้น Booty ระบุว่าเกมภาคต่อไปจะถูกสร้างโดยทีมใหม่ที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจและแยกจากการพัฒนา Call of Duty โดยตรง ขณะเดียวกัน Halo Studios จะยังคงมีทีมขนาดเล็กไว้ดูแลชุมชนผู้เล่นและเกมที่ยังวางจำหน่ายอยู่ อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังไม่เปิดเผยกำหนดวางขาย หรือแนวทางว่าภาคใหม่นี้จะเป็นการรีบูตซีรีส์หรือผสมรวมเข้ากับรอบการออกเกมของ Activision อย่างไร ซึ่งทำให้อนาคตของแฟรนไชส์ยังเต็มไปด้วยคำถาม
การย้าย Halo ไปอยู่กับ Activision เกิดขึ้นหลังจากแฟรนไชส์นี้เผชิญผลงานที่ยากลำบากต่อเนื่องภายใต้การดูแลของ Xbox ตั้งแต่ไมโครซอฟท์ซื้อ Bungie ซึ่งเป็นผู้สร้าง Halo ดั้งเดิมในปี 2000 จากนั้น Bungie แยกตัวออกไป และไมโครซอฟท์ก็สร้าง 343 Industries ขึ้นมารับช่วงต่อ โดยมี Halo 4, Halo 5: Guardians และ Halo Infinite เป็นผลงานหลัก แต่เกมหลังสุดเผชิญปัญหาหนัก ขณะเดียวกัน Halo: Campaign Evolved ที่เป็นรีเมกของภาคแรกก็ไม่ได้ราบรื่นนักเช่นกัน
อีกประเด็นสำคัญคือในปี 2024 343 Industries เพิ่งเปลี่ยนชื่อเป็น Halo Studios และประกาศแผนสร้างหลายโปรเจกต์ใหม่บน Unreal Engine ของ Epic Games โดยมีวิดีโอ Project Foundry เป็นตัวอย่างแนวทางใหม่ของซีรีส์ การตัดสินใจย้ายงานต่อไปให้ Activision จึงทำให้ไม่ชัดเจนว่าผลงานและเทคโนโลยีที่ทีมเดิมวางรากฐานไว้จะถูกสานต่อมากน้อยเพียงใด
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ยังลามไปถึงสตูดิโออื่นในเครือ Xbox ด้วย เช่น World’s Edge และ Rare ถูกย้ายเข้าไปอยู่ใต้ร่มของ Activision, Obsidian ถูกย้ายไปอยู่กับ Bethesda, Turn 10 ถูกรวมการทำงานกับ Playground และ King ได้รวมทีม Microsoft Casual Games เข้าไปด้วย นอกจากนี้ Ninja Theory มีแนวโน้มถูกปิดกิจการหลังแผนขายไม่สำเร็จ ส่วน Arkane ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องอนาคตของสตูดิโอ ขณะที่ Double Fine, Compulsion และ Undead Labs ได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปแล้วในรูปแบบที่ต่างกัน
โดยรวมแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าการรีเซ็ต Xbox ของไมโครซอฟท์กำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น ภายใต้เป้าหมายลดต้นทุนและหันไปทุ่มกับแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ เช่น Halo, Minecraft และ Fallout เพื่อดึงฐานผู้เล่นจำนวนมหาศาลตามเป้าหมายระยะยาวของบริษัท แต่ในระยะสั้น การเปลี่ยนมือของ Halo และการเลย์ออฟจำนวนมากก็ทำให้เกิดความไม่แน่นอนสูงต่อทั้งทิศทางของซีรีส์ ทีมงานที่เกี่ยวข้อง และสถานะของสตูดิโอในเครือ Xbox ที่เหลืออยู่


