Crimson Desert DLC ใหม่เน้นสร้างปราสาท-แต่งเมืองสไตล์ The Sims
Pearl Abyss เผยตัวอย่าง DLC ใหม่ของ Crimson Desert ชื่อ Charting the Unknown ในงาน State of Play โดยจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือระบบสร้างและตกแต่งที่ดูใกล้เคียงเกมแนวจำลองชีวิตอย่าง The Sims มากกว่าที่…

Pearl Abyss เผยตัวอย่าง DLC ใหม่ของ Crimson Desert ชื่อ Charting the Unknown ในงาน State of Play โดยจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือระบบสร้างและตกแต่งที่ดูใกล้เคียงเกมแนวจำลองชีวิตอย่าง The Sims มากกว่าที่คาดไว้สำหรับเกมแอ็กชันผจญภัยขนาดใหญ่ ภายในตัวอย่างเห็นผู้เล่นสามารถสร้างปราสาททั้งหลัง แล้วใช้เครื่องมือสำหรับลากวางเพื่อก่อผนังและแบ่งห้องด้านในได้อย่างอิสระ รวมถึงตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลายชนิดที่ดูเหมือนจะมีให้เลือกใช้งานพอสมควร
นอกจากตัวปราสาทแล้ว DLC นี้ยังดูเหมือนเปิดโอกาสให้ผู้เล่นขยับขยายพื้นที่รอบ ๆ ให้กลายเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ได้ด้วย ภาพในตัวอย่างมีทั้งแผงร้านค้า คนกำลังทำอาหาร และบรรยากาศชุมชนที่คึกคัก คล้ายการสร้างค่ายหรือศูนย์กลางของกลุ่มตัวละครในโลกเกมเดิม ซึ่งทำให้บรรยากาศโดยรวมของคอนเทนต์ใหม่นี้ดูอบอุ่นและเป็นกันเองกว่าที่หลายคนอาจคาดจาก Crimson Desert
อีกจุดที่ถูกพูดถึงคือความเป็นไปได้ในการปฏิสัมพันธ์เชิงโรแมนติกกับตัวละครอื่น ตัวอย่างมีฉากที่ Kliff มอบดอกไม้ให้แม่มดคนหนึ่ง แม้ยังไม่ชัดเจนว่าระบบนี้มีผลต่อเกมเพลย์อย่างไร แต่ก็ชี้ว่าทีมพัฒนาอาจกำลังขยายส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครให้เด่นขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ตัวอย่างยังเผยรายละเอียดแปลกตาและหลากหลายอีกหลายอย่าง เช่น การวิ่งบนน้ำ การดำน้ำและเกาะฉลามเพื่อเคลื่อนที่ ไปจนถึงการใช้เรือหลายแบบ ทั้งเรือทรงดั้งเดิมและเรือกลไกสไตล์สตีมพังก์ นอกจากนี้ยังมีฉากของ Andrew สมาชิกอีกคนในกลุ่ม Greymane ที่ทำอาหารอยู่ในปราสาท รวมถึงศัตรูขนาดใหญ่แนวหุ่นยนต์ที่มีดวงตาเป็นเลเซอร์ ซึ่งสะท้อนว่า DLC นี้ยังคงผสมความแฟนตาซี ความเว่อร์ และความหลากหลายของกิจกรรมไว้ครบถ้วน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือกำหนดวางจำหน่ายของ Charting the Unknown ซึ่งระบุไว้เป็นวันที่ 15 ตุลาคมปีนี้ นั่นหมายความว่า DLC นี้จะตามออกมาเพียงประมาณเจ็ดเดือนหลังตัวเกมหลักวางจำหน่าย และยังมาพร้อมการอัปเดตและปรับแต่งเกมจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา จนภาพรวมของ Crimson Desert เปลี่ยนไปพอสมควรจากเวอร์ชันที่เคยรีวิวไว้ก่อนหน้านี้
โดยรวมแล้ว DLC ชุดนี้ดูเหมือนจะเป็นการขยายเกมในทิศทางที่ไม่คาดคิด ทั้งการสร้างฐานที่อยู่อาศัยแบบละเอียด การพัฒนาชุมชนรอบปราสาท และระบบปฏิสัมพันธ์ที่ดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ Crimson Desert ไม่ได้เป็นแค่เกมแอ็กชันผจญภัยขนาดใหญ่ แต่ยังมีแง่มุมของการสร้างสรรค์และการใช้ชีวิตในโลกเกมเข้ามาเด่นชัดขึ้นด้วย


