อัปเดตใหม่ของ Deadlock ทำให้เกมโทนสยองขวัญมากขึ้น
บทความมองว่าอัปเดตใหญ่ล่าสุดของ Deadlock ที่ชื่อ City Never Sleeps ได้เปลี่ยนประสบการณ์เล่นเกมให้ให้ความรู้สึกเหมือนเกมสยองขวัญมากกว่าจะเป็น MOBA หรือเกมยิงมุมมองบุคคลที่สามแบบเดิม ๆ แม้ตัวเกมจะยังมี…

บทความมองว่าอัปเดตใหญ่ล่าสุดของ Deadlock ที่ชื่อ City Never Sleeps ได้เปลี่ยนประสบการณ์เล่นเกมให้ให้ความรู้สึกเหมือนเกมสยองขวัญมากกว่าจะเป็น MOBA หรือเกมยิงมุมมองบุคคลที่สามแบบเดิม ๆ แม้ตัวเกมจะยังมีโครงสร้างและกลิ่นอายของทั้งสองแนวอยู่ แต่การเพิ่มฮีโร่ใหม่หลายตัวกลับทำให้การเผชิญหน้ากับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามมีความกดดันและน่าหวาดกลัวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้เขียนเล่นตัวละครที่ชอบหลบไปฟาร์มในอุโมงค์ใต้แผนที่
หนึ่งในจุดที่ถูกยกมาเป็นตัวอย่างชัดเจนคือ Rat King ฮีโร่ใหม่ที่ทำให้พื้นที่อุโมงค์ซึ่งเคยปลอดภัยกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง ผู้เขียนเล่าว่ามักถูกไล่ล่าแบบไม่ทันตั้งตัว จนเกิดอารมณ์คล้ายถูก jumpscare เพราะศัตรูสามารถโผล่มาในระยะประชิดและบีบให้หนีแทบไม่ทัน ยิ่งไปกว่านั้น กลไกของแผนที่ที่ตัดทางเข้าออกเมื่อเข้าสู่การต่อสู้ยิ่งทำให้การหนีแทบเป็นไปไม่ได้ เมื่อเผชิญหน้ากับ Rat King ในพื้นที่แคบ ๆ จึงมักจบลงด้วยความตายแบบเลี่ยงไม่พ้น
บทความยังขยายภาพความน่ากลัวออกไปนอกอุโมงค์ โดยยกเหตุการณ์ในย่านใหม่อย่าง Chinatown ที่ผู้เขียนเผชิญหน้ากับ Abrams ฝั่งศัตรูและถูกเล่นงานอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ Seven จะปรากฏตัวมาซ้ำเติมด้วยการใช้ท่าไม้ตาย ผู้เขียนใช้เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่า Deadlock ในเวอร์ชันปัจจุบันสร้างบรรยากาศตึงเครียดจากการคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ยาก
อีกมุมหนึ่ง บทความสื่อว่าความรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้มาจากตัวเกมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากธรรมชาติของเกมออนไลน์ที่ผู้เล่นคนอื่นคาดเดาไม่ได้ และมักมีแรงจูงใจในการโจมตีตลอดเวลา เมื่อรวมกับการออกแบบฮีโร่ พื้นที่แผนที่ และจังหวะการปะทะ Deadlock จึงให้ประสบการณ์ที่คล้ายการเอาตัวรอดมากกว่าการแข่งขันตามสูตรของแนวเกมเดิม
โดยสรุป เนื้อหานี้เป็นการเล่าเชิงขำขันแต่สะท้อนว่า City Never Sleeps ได้เพิ่มความดุดันและความกดดันให้ Deadlock อย่างชัดเจน จนผู้เขียนมองว่าเกมกลายเป็น “เกมสยองขวัญ” ในทางอารมณ์มากกว่าคำอธิบายประเภทเกมแบบทางการเสียอีก


