รีวิว Ferrari Purosangue: ฟีรารีคันแรกแบบสี่ประตูที่ไม่อยากถูกเรียกว่า SUV
Ferrari Purosangue เป็นรถที่สะท้อนความพยายามของแบรนด์ม้าลำพองในการขยายบทบาทจากรถสปอร์ตสองที่นั่งไปสู่รถที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะและภาพลักษณ์หรูหราไว้ครบถ้วน แม้ Ferrari…

Ferrari Purosangue เป็นรถที่สะท้อนความพยายามของแบรนด์ม้าลำพองในการขยายบทบาทจากรถสปอร์ตสองที่นั่งไปสู่รถที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะและภาพลักษณ์หรูหราไว้ครบถ้วน แม้ Ferrari จะเคยทำรถ 2+2 มาตั้งแต่ยุค 1960s และพัฒนารถสี่ที่นั่งหลายรุ่นต่อเนื่องมาหลายสิบปี แต่ Purosangue ถูกวางตำแหน่งให้เป็นก้าวใหม่ที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะมันมีประตูหลังแบบบานเปิดกลับและที่นั่งหลังแบบ bucket seat ที่เข้าถึงได้โดยตรง ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังใช้งานสะดวกกว่ารถ Ferrari รุ่นก่อน ๆ มาก
อย่างไรก็ตาม รถคันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นรถอเนกประสงค์แบบ SUV ทั่วไปตามความหมายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ Ferrari เองเลือกนิยามว่าเป็น FUV หรือ Ferrari Utility Vehicle เพราะแม้จะมีประตูสี่บานและฝาท้าย แต่ห้องเก็บสัมภาระถูกแยกจากห้องโดยสารด้วยผนังกั้นถาวร และเบาะหลังไม่สามารถพับราบได้ จึงไม่ได้เอื้อต่อการบรรทุกของขนาดใหญ่แบบครอสโอเวอร์หรือเอสยูวีที่เน้นการใช้งานครอบครัวเต็มรูปแบบมากนัก
ในด้านวิศวกรรม Purosangue ยังคงยึดแกนหลักแบบ Ferrari อย่างชัดเจน ด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ วางตำแหน่งแบบ front-mid engine เพื่อช่วยเรื่องการกระจายน้ำหนัก และจับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 8 จังหวะที่ส่งกำลังไปยังล้อหลัง ขณะที่ล้อหน้ารับกำลังผ่านชุดถ่ายกำลังแยกต่างหาก ทำให้รถรุ่นนี้เป็นขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างแท้จริง แนวทางนี้ช่วยให้ได้สมดุลน้ำหนักหน้า-หลังประมาณ 49:51 ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกชัดว่าแม้ตัวรถจะใหญ่และใช้งานได้หลากหลายขึ้น แต่ Ferrari ยังให้ความสำคัญกับฟีลลิ่งการขับและการควบคุมมากกว่าความอเนกประสงค์แบบรถบ้านทั่วไป
ตัวเลขสมรรถนะและมิติของรถสะท้อนความทะเยอทะยานของ Ferrari อย่างชัดเจน Purosangue ให้กำลังถึง 715 แรงม้า และแรงบิด 528 ปอนด์-ฟุต พร้อมขนาดตัวถังที่ใหญ่พอสมควรทั้งความยาว ความกว้าง และฐานล้อ รวมถึงน้ำหนักตัวราว 2.17 ตัน ซึ่งทำให้มันเป็นรถที่มีตัวตนชัดเจนทั้งในฐานะรถหรูสมรรถนะสูงและรถที่พยายามเพิ่มการใช้งานจริงเข้ามาโดยไม่ละทิ้งจิตวิญญาณของแบรนด์
โดยสรุป รีวิวนี้ชี้ให้เห็นว่า Purosangue ไม่ใช่ความพยายามทำ SUV ตามกระแส แต่เป็นการตีความใหม่ของ Ferrari ว่ารถสำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งพลังจากเครื่องยนต์ V12 และพื้นที่ใช้งานสำหรับผู้โดยสารมากกว่าสองคนควรมีหน้าตาอย่างไร มันยังคงเป็น Ferrari เต็มตัว เพียงแต่เป็น Ferrari ที่ยอมเปิดพื้นที่ให้ความสะดวกสบายและการใช้งานจริงมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา


