นักพากย์เสียงโกคูเดือดจัด ปมวิดีโอ AI ใช้เสียงเธอโดยไม่ขออนุญาต
มาซาโกะ โนซาวะ นักพากย์ระดับตำนานที่เป็นเสียงของโกคูใน Dragon Ball ออกมาวิพากษ์การนำ AI ไปเลียนเสียงเธอเพื่อสร้างคอนเทนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างรุนแรง โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ต่างจากการขโมยผลงาน…

มาซาโกะ โนซาวะ นักพากย์ระดับตำนานที่เป็นเสียงของโกคูใน Dragon Ball ออกมาวิพากษ์การนำ AI ไปเลียนเสียงเธอเพื่อสร้างคอนเทนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างรุนแรง โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ต่างจากการขโมยผลงานและละเมิดสิทธิ์ของผู้ให้เสียงพากย์ เธอย้ำว่า “เสียงและการแสดง” เป็นตัวตนของนักพากย์ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะหยิบไปใช้ได้ตามใจ แม้เสียงที่สร้างด้วย AI จะคล้ายหรือเหมือนจริงเพียงใด ก็ยังขาด “หัวใจ” และอารมณ์ที่มาจากมนุษย์จริง ๆ
ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคลิปแฟนเมดและคอนเทนต์ที่ใช้ AI จำลองเสียงตัวละคร ซึ่งพบมากขึ้นในญี่ปุ่นจนวงการพากย์เสียงต้องรวมตัวกันจัดทำแนวทางปฏิบัติร่วมเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับการใช้เสียงจาก AI โนซาวะ ซึ่งเป็นรองประธานสหภาพนักแสดงญี่ปุ่น ได้เข้าร่วมแถลงข่าวเพื่อสนับสนุนแนวทางดังกล่าว และเรียกร้องให้ผู้ใช้งานเคารพกติกา รวมถึงขออนุญาตเจ้าของเสียงก่อนนำไปใช้ในทุกกรณี
บริบททางกฎหมายในญี่ปุ่นก็เริ่มขยับตามอย่างชัดเจน โดยศาลแขวงโตเกียวเพิ่งมีคำตัดสินสำคัญเมื่อวันที่ 30 กันยายน ว่าการนำเสียงของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเข้าข่ายละเมิดสิทธิด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญต่อการกำกับดูแล AI และอุตสาหกรรมพากย์เสียง คำตัดสินนี้ยังต่อเนื่องจากคดีที่เคนจิโร สึดะ นักพากย์ชื่อดังยื่นฟ้อง TikTok กรณีมีวิดีโอใช้เสียง AI เลียนแบบเขา
โนซาวะมองว่าแม้เทคโนโลยี AI จะน่าตื่นเต้นและเปิดโอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่การใช้งานต้องอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ เธอสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่พัฒนาฝีมือจนกลายเป็นนักพากย์ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำ มากกว่าพึ่งพาการเลียนเสียงด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ เธอเน้นว่าการพากย์ที่ดีต้องใส่อารมณ์และความตั้งใจ ไม่ใช่แค่การอ่านบทให้จบ
เสียงสะท้อนจากผู้มีบทบาทในวงการรายอื่นก็ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น โทชิ ชิมาดะ ที่มองว่ารับไม่ได้กับการสร้างคำพูดหรือเพลงที่ตนไม่เคยพูดหรือร้อง แล้วนำไปทำเงิน ขณะที่มิจิฮิโระ อิเคมิซุ เตือนว่าหากการอัปโหลดเสียง AI ที่ไม่ได้รับอนุญาตยังแพร่หลายต่อไป อาชีพนักพากย์อาจได้รับผลกระทบหนักจนคนตกงานได้ พวกเขาจึงหวังให้แนวทางชุดนี้กลายเป็นบรรทัดฐาน ก่อนขยายไปสู่กฎหมายที่ชัดเจนในอนาคต
กรณีนี้สะท้อนแรงเสียดทานระหว่างความก้าวหน้าของ AI กับการคุ้มครองสิทธิของมนุษย์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะเสียงพากย์ซึ่งเป็นทรัพยากรทางศิลปะและอาชีพโดยตรง ข่าวดังกล่าวยังต่อยอดกระแสถกเถียงจากกรณีแพลตฟอร์มสตรีมมิงนำดับเสียงอนิเมะที่สร้างด้วย AI มาใช้ก่อนเผชิญแรงตีกลับ จนชี้ให้เห็นว่าตลาดคอนเทนต์กำลังต้องหาจุดสมดุลใหม่ระหว่างนวัตกรรมกับจริยธรรมและสิทธิของเจ้าของผลงาน

