รีวิว Dragon’s Dogma 2: Dark Arisen ขยายโลกเดิมด้วยเนื้อหาใหม่ แม้ไม่พลิกเกมทั้งหมด
IGN รีวิวส่วนเสริม Dark Arisen 2 ของ Dragon’s Dogma 2 ในมุมที่มองว่าไม่ถึงขั้น “แก้เกม” แบบที่ Dark Arisen ภาคแรกเคยทำกับเกมต้นฉบับได้ แต่ก็เป็นภาคเสริมที่เพิ่มความทะเยอทะยานให้กับโลกและเนื้อเรื่อง…

IGN รีวิวส่วนเสริม Dark Arisen 2 ของ Dragon’s Dogma 2 ในมุมที่มองว่าไม่ถึงขั้น “แก้เกม” แบบที่ Dark Arisen ภาคแรกเคยทำกับเกมต้นฉบับได้ แต่ก็เป็นภาคเสริมที่เพิ่มความทะเยอทะยานให้กับโลกและเนื้อเรื่องอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อปัญหาหลักของเกมฐานหลายอย่างถูกแก้ไปแล้วผ่านแพตช์หลังวางจำหน่าย ทำให้ส่วนเสริมนี้ไม่ได้ถูกแบกด้วยภารกิจรีเฟรชระบบมากเท่าภาคก่อน
เรื่องราวของส่วนเสริมพาผู้เล่นขึ้นเหนือไปยังดินแดนหนาวเย็น “Norgan” ซึ่งเป็นแถบภูเขาหิมะและชุมชนชายแดนที่ค่อนข้างร้างผู้คน แกนหลักของเนื้อเรื่องยังคงวนอยู่กับแนวคิดแบบเดียวกับเกมหลัก คือมีข่าวลือเรื่อง Arisen อีกคนที่ไม่ควรมีอยู่จริง และเหตุการณ์นี้นำไปสู่การสำรวจดินแดนที่ปกคลุมด้วยหิมะ ความลับ และซากอารยธรรมโบราณ แม้โครงเรื่องจะไม่ได้ซับซ้อนหรือโดดเด่นด้านบทสนทนามากนัก แต่มีบรรยากาศหม่นหนัก ฉากใหญ่ และประเด็นเชิงชะตากรรมของผู้กล้าที่ทำให้เรื่องราวยังน่าติดตาม
ด้านโครงสร้างภารกิจ IGN มองว่าการเล่าเรื่องยังมีช่วงแวะเหวี่ยงไปทำงานยิบย่อยอยู่พอสมควร แต่ไม่ได้ทำให้จังหวะหลักเสียมากเท่าเกมต้นฉบับ เพราะภารกิจที่เป็นลักษณะ “ช่วยฉันแล้วฉันจะช่วยคุณ” ถูกแยกไปเป็นเควสต์รองมากขึ้น ภาคเสริมมีคอนเทนต์หลักราว 20 ชั่วโมง และแม้จะไม่ใช่เรื่องเล่าที่พลิกวงการ แต่ก็มีจุดเด่นตรงลีลาการนำเสนอและเกร็ดปูตำนานโลกที่น่าสนใจ
จุดแข็งสำคัญอีกอย่างคือการออกแบบพื้นที่ Norgan ซึ่งถูกชมว่าแน่นไปด้วยสิ่งให้สำรวจ แม้จะไม่กว้างเท่าบางภูมิภาคในเกมหลัก แต่เด่นเรื่องแนวตั้งและโครงสร้างถ้ำ-หน้าผาที่ซ้อนทับกัน การปีนป่ายและใช้ตะขอเกี่ยวตามจุดที่กำหนดช่วยให้การเดินทางยืดหยุ่นขึ้น อีกทั้งดันเจี้ยนหลายแห่งยังออกแบบให้วนกลับมาหากันเอง คล้ายเกมแนว Zelda หรือ Metroid มากขึ้นกว่าที่ซีรีส์นี้เคยเป็นมาก่อน
ระบบการเดินทางก็ถูกทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นจากการมี Portcrystal จำนวนมากในพื้นที่ใหม่ ทำให้การวาร์ประหว่างจุดต่าง ๆ สมเหตุสมผลกว่าเดิม แม้สภาพอากาศใน Norgan จะเป็นอุปสรรคสำคัญ เช่น พายุหิมะและหมอกขาวที่บดบังทัศนวิสัย เสี่ยงทำให้ผู้เล่นหนาวตายถ้าไม่เตรียมอุปกรณ์และไอเท็มกันหนาว แต่ IGN มองว่านี่ช่วยเพิ่มความตึงเครียดด้านการสำรวจ มากกว่าจะเป็นความยากแบบน่าหงุดหงิด
ในด้านของรางวัลและอุปกรณ์ใหม่ ส่วนเสริมเพิ่มระบบ “Spoils” ที่ต้องนำไปประเมินก่อนจึงรู้ว่าเป็นไอเท็มอะไร และมีคุณสมบัติเสริมเฉพาะตัวอยู่บ้าง แต่ผู้รีวิวรู้สึกว่าระบบนี้ไม่ค่อยสร้างความผูกพันกับอุปกรณ์เท่าไร เพราะเป็นการลุ้นแบบสุ่มมากกว่าการวางแผนจริงจัง ขณะเดียวกันอาชีพต่าง ๆ ก็ได้สกิลใหม่จากเสาโบราณและจากดันเจี้ยน “Lost Rites” ซึ่งเป็นคอนเทนต์วนซ้ำในแผนที่เดิม แต่โดยรวมยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนสมดุลของอาชีพอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมแล้ว IGN สรุปว่า Dark Arisen 2 เป็นส่วนเสริมที่แข็งแรง มีโลกใหม่ที่น่าสนใจ การสำรวจที่ดีกว่าเดิม และบรรยากาศที่พาเกมไปในทิศทางยิ่งใหญ่ขึ้น แม้บางระบบจะยังไม่เปลี่ยนเกมอย่างชัดเจน และบางรางวัลใหม่ก็ไม่กระตุ้นเท่าที่ควร แต่สำหรับคนที่ชอบ Dragon’s Dogma 2 อยู่แล้ว นี่คือคอนเทนต์เพิ่มเติมที่ยังคงเอกลักษณ์ของซีรีส์ไว้อย่างครบถ้วน


