EU ชี้โดรนโจมตีเรือสินค้าในเขตเศรษฐกิจนาโตเป็นการยกระดับความรุนแรง
สหภาพยุโรปออกมาประณามเหตุโจมตีเรือสินค้าด้วยโดรนและโดรนทางทะเลในทะเลดำว่าเป็นการกระทำที่ “ยอมรับไม่ได้” หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีจนจม 2 ลำ และเสียหายอีก 1 ลำ ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศ…

สหภาพยุโรปออกมาประณามเหตุโจมตีเรือสินค้าด้วยโดรนและโดรนทางทะเลในทะเลดำว่าเป็นการกระทำที่ “ยอมรับไม่ได้” หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีจนจม 2 ลำ และเสียหายอีก 1 ลำ ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศสมาชิกนาโต เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นการยกระดับครั้งสำคัญของความเสี่ยงต่อการเดินเรือพาณิชย์ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนมาอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่าเรือสินค้า Alfa Watan ที่ชักธงโตโกจมลงหลังถูกโจมตี ขณะที่เรือ Able ซึ่งชักธงปาเลาเกิดไฟไหม้จากการถูกโจมตีด้วยโดรนหลายลำ ทั้งทางน้ำและทางอากาศ เหตุเกิดห่างจากชายฝั่งบัลแกเรียราว 80 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 128 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เหตุโจมตีดังกล่าวทำให้มีลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน
นายกรัฐมนตรีบัลแกเรีย รูเมน ราเดฟ ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของบัลแกเรียที่ไม่อาจยอมรับได้ และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายทางทะเลอย่างชัดเจน คำกล่าวของรัฐบาลบัลแกเรียสะท้อนความกังวลว่าพื้นที่ทะเลซึ่งควรเป็นเส้นทางการค้าปลอดภัยกลับกลายเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการแบบกดดันทางทหารและการเมือง
สำหรับเรือ Able มีรายงานว่าสามารถอพยพลูกเรือ 18 คนออกมาได้โดยเรือเฟอร์รีของบัลแกเรีย โดยมีลูกเรือ 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกส่งตัวขึ้นฝั่งไปรักษาที่เมืองวาร์นา ขณะที่ชะตากรรมของลูกเรือบนเรือ Alfa Watan ยังไม่ชัดเจนในทันทีหลังเรือจมลง
เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อการขนส่งทางทะเลในทะเลดำ รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องปฏิบัติการแบบ “สงครามลูกผสม” หรือ hybrid warfare ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียในหลายพื้นที่ของยุโรป นอกจากความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว เหตุการณ์ยังตอกย้ำว่าการคุกคามด้วยโดรนกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในความขัดแย้งสมัยใหม่ และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศโดยตรง


