Dungeons & Dragons จับจิตวิญญาณ World of Warcraft ลงโต๊ะเกมได้อย่างลงตัว
โปรเจกต์ครอสโอเวอร์ระหว่าง Dungeons & Dragons กับ World of Warcraft ที่กำลังจะออกในรูปแบบหนังสือกฎใหม่ ถูกออกแบบมาไม่ใช่เพื่อยกกลไกของ MMO มาวางทับลงบนโต๊ะเกมแบบตรงตัว แต่เป็นการ “ถอดความ” ประสบการณ์…

โปรเจกต์ครอสโอเวอร์ระหว่าง Dungeons & Dragons กับ World of Warcraft ที่กำลังจะออกในรูปแบบหนังสือกฎใหม่ ถูกออกแบบมาไม่ใช่เพื่อยกกลไกของ MMO มาวางทับลงบนโต๊ะเกมแบบตรงตัว แต่เป็นการ “ถอดความ” ประสบการณ์ของ WoW ให้เข้ากับการเล่น D&D มากกว่า ทีมพัฒนาของ Wizards of the Coast มองชัดว่าองค์ประกอบบางอย่างของเกมออนไลน์ เช่น การฟาร์มบอสซ้ำ ๆ เพื่อรอของดรอป หรือระบบความกดดันแบบลูทในปาร์ตี้ ไม่เหมาะกับการเล่นโต๊ะ จึงเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่ทำให้โลกของ Azeroth มีเสน่ห์แทน
เจมส์ ไวแอตต์ หัวหน้าทีมออกแบบและโปรเจกต์ลีด อธิบายว่าเนื้อหาในเล่มจะพาผู้เล่นสำรวจโลกและเส้นเวลาของ WoW ได้กว้างมาก ตั้งแต่ยุคแรก ๆ ไปจนถึงส่วนขยายล่าสุดที่ระบุถึง Midnight โดยมี Chromie เป็นตัวเชื่อมเรื่องราวแบบลัดเวลาให้สามารถหยิบเอาเหตุการณ์หลายยุคมาใส่รวมกันได้ หนังสือไม่ได้ยึดติดกับลำดับเวลาแบบเกมต้นฉบับ แต่เปิดโอกาสให้หยิบสถานที่และช่วงเวลาที่แฟน ๆ คุ้นเคยมาใช้ร่วมกัน
ในส่วนของดันเจียน ทีมพัฒนาพยายามรักษาบรรยากาศและโครงสร้างสำคัญของดันเจียนดัง ๆ อย่าง Deadmines หรือ Dire Maul เอาไว้ แต่ปรับเส้นทางและรูปแบบการเผชิญหน้าให้เหมาะกับการเล่นแบบกลุ่มโต๊ะ ผู้เล่นอาจเลือกแอบเลี่ยงบอสบางตัวหรือกลับมาเคลียร์ทีหลังได้ และระบบบางอย่างอย่างการพักหรือลาถอยก็ไม่ถูกบังคับเหมือนใน MMO จุดสำคัญคือการทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสความรู้สึกของการผจญภัยในดันเจียน WoW สมัยที่ยังไม่พึ่งไกด์หรือข้อมูลดาต้ามายน์มากเกินไป
ทีมงานยังวางดันเจียนให้เป็นเหมือน “ชุดเครื่องมือ” สำหรับ Dungeon Master เพื่อเล่าเรื่องในโลกของ WoW ได้หลากหลายขึ้น โดยลดแรงเสียดทานจากการต่อสู้ซ้ำ ๆ หรือการแย่งของในแบบเกมออนไลน์ลงไป การเผชิญหน้ากับศัตรูถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ และแม้ผู้เล่นจะพักหรือออกจากพื้นที่ไปได้ โลกก็ยังคงเคลื่อนไหวและอันตรายอาจเพิ่มขึ้น ทำให้การตัดสินใจยังมีน้ำหนักแบบเกมผจญภัยอยู่
บอสชื่อดังของจักรวาล WoW อย่าง Lich King, Illidan และ Jaina Proudmoore ก็ถูกนำมาใช้ในหนังสือด้วย แต่หลายฉากถูกดัดแปลงให้เข้ากับระบบ D&D มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การต่อสู้กับ Jaina ไม่ได้จำลองกลไกเดิมแบบค่อย ๆ สะสมความหนาวใส่ปาร์ตี้ แต่เปลี่ยนเป็นการทำให้ตัวละครหนึ่งถูกแช่แข็งและต้องหาทางละลายออกอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะโดนโจมตีรุนแรง แนวทางนี้สะท้อนว่าทีมงานตั้งใจเก็บ “อารมณ์” ของการต่อสู้ มากกว่าคัดลอกวิธีเล่นเดิมทั้งหมด
อีกส่วนที่ถูกหยิบมาใช้คือระบบอาชีพเก็บเกี่ยวและคราฟต์ของ WoW ซึ่งเข้ากับกฎ D&D ได้ค่อนข้างดี ผู้เล่นสามารถใช้การเช็กค่าสติปัญญาเพื่อหาทรัพยากร เช่น แร่ ระหว่างสำรวจ แล้วนำไปสร้างไอเท็มตามสูตร หากมีความชำนาญเครื่องมือที่เหมาะสม สินค้าระดับสูงอย่างชุดเกราะยังผูกกับโบนัสความชำนาญ ทำให้การอัปสกิลมีความหมายต่อการสร้างตัวละครและความก้าวหน้าในเกม
ในด้านระบบชื่อเสียงหรือ renown หนังสือเลือกใช้แนวทางที่ใกล้เคียงกับ reputation ของ WoW โดยตรง ผู้เล่นจะปลดล็อกรางวัลเมื่อไต่ระดับความไว้เนื้อเชื่อใจจากฝ่ายต่าง ๆ เช่น Earthen Ring ที่มอบไอเท็มเรียกธาตุยักษ์หรือพอร์ทัลข้ามโลกได้ ส่วน Dragon Aspects อาจมอบพลังระดับ Wish spell ให้หากผู้เล่นมีความสัมพันธ์เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีฝ่ายที่เป็นคู่แข่งกัน ซึ่งการสร้างชื่อเสียงกับฝ่ายหนึ่งอาจกระทบอีกฝ่ายหนึ่งได้ด้วย
โดยรวมแล้ว สื่อนี้มองว่าความสำเร็จของโปรเจกต์ไม่ได้อยู่ที่การจับสองแบรนด์ใหญ่มารวมกันเฉย ๆ แต่คือการคัดสรรสิ่งที่เป็นหัวใจของ World of Warcraft แล้วแปลงให้อยู่ในภาษาเกมโต๊ะได้อย่างมีเหตุผล Wizards of the Coast ยังระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนวันวางจำหน่าย 12 พฤศจิกายน โดยเฉพาะวิธีจับคลาสของ WoW เข้ากับระบบ D&D และผู้สร้างก็เปิดทางไว้แล้วว่าหากผลตอบรับดี อาจมีเล่มต่อยอดในอนาคตได้อีก


