พนักงาน EA กังวลหนักหลังบริษัทตกเป็นของซาอุฯ
การเข้าซื้อกิจการ Electronic Arts (EA) โดยกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบียได้ปิดดีลอย่างเป็นทางการแล้ว และทำให้บรรยากาศภายในบริษัทเต็มไปด้วยความกังวลมากขึ้น รายงานจาก Game Developer ที่อ้างถึงพนักงานทั้ง…

การเข้าซื้อกิจการ Electronic Arts (EA) โดยกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบียได้ปิดดีลอย่างเป็นทางการแล้ว และทำให้บรรยากาศภายในบริษัทเต็มไปด้วยความกังวลมากขึ้น รายงานจาก Game Developer ที่อ้างถึงพนักงานทั้งปัจจุบันและอดีต ระบุว่าหลายคนคาดว่า EA จะถูกควบคุมเข้มงวดกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องประเภทเกมที่สามารถพัฒนาได้ และอาจกระทบเกมที่มีประเด็นความหลากหลายหรือการนำเสนอชุมชน LGBTQ+ อย่างชัดเจน เช่น The Sims ซึ่งเคยถูกยกเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงตั้งแต่เริ่มมีข่าวซื้อกิจการ
แม้ EA จะพยายามยืนยันกับพนักงานว่าค่านิยมองค์กรจะยังคงเดิม แต่ความเชื่อมั่นดูเหมือนจะไม่กลับมา พนักงานบางส่วนมองว่าการซื้อกิจการครั้งนี้เป็นรูปแบบของการใช้ภาพลักษณ์บริษัทยักษ์ในวงการเกมมาช่วยกลบประวัติด้านสิทธิมนุษยชนและภาพลักษณ์เชิงลบของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง sportswashing ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำอีกในการดีลนี้ โดยเฉพาะเมื่อผู้มีอำนาจตัดสินใจของกองทุน PIF อย่างมกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman เคยพูดไว้เองว่ามองการใช้กีฬาหรือกิจกรรมเชิงบันเทิงเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์
ในมุมของการทำงาน พนักงานบางคนคาดว่าเกมหรือโปรเจ็กต์ที่จะต้องผ่านการอนุมัติอาจถูกปฏิเสธ หากไม่สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของใหม่ หรือฝ่ายพัฒนาก็อาจเลี่ยงไม่เสนอไอเดียที่อาจสร้างความขัดแย้งตั้งแต่ต้น ผลที่ตามมาไม่ได้จำกัดแค่เนื้อหาเกม แต่รวมถึงบรรยากาศภายในองค์กรที่หลายคนรู้สึกว่าการทำงานในบริษัทที่ถูกซื้อโดยรัฐบาลซึ่งมีประวัติด้านสิทธิสตรีและสิทธิ LGBTQ+ ที่ถูกวิจารณ์หนัก เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับในเชิงศีลธรรม
รายงานยังสะท้อนความจริงอีกด้านของอุตสาหกรรมเกมในปัจจุบัน คือพนักงานจำนวนไม่น้อยไม่มีทางเลือกมากนัก แม้จะรู้สึกไม่สบายใจกับดีลนี้ แต่สภาพตลาดงานที่ย่ำแย่ทำให้หลายคนต้องอยู่ต่อเพราะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ คนที่ถือหุ้น EA ซึ่งได้รับประโยชน์จากข้อเสนอซื้อกิจการในราคาพรีเมียมอาจได้กำไรช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่ดีลงได้บ้าง แต่พนักงานกลุ่มอื่น รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างบางประเภท กลับไม่ได้รับผลตอบแทนแบบเดียวกัน
ในภาพรวม ความกังวลไม่ได้มีแค่เรื่องอุดมการณ์หรือภาพลักษณ์ แต่ยังรวมถึงผลกระทบทางธุรกิจจากโครงสร้างดีลที่ใช้หนี้จำนวนมากเป็นฐานสนับสนุนการซื้อกิจการ ซึ่งทำให้หลายคนคาดว่าอาจตามมาด้วยการลดต้นทุน การปลดพนักงาน และการยกเลิกโปรเจ็กต์ที่ไม่ทำรายได้พอ แม้สิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่บรรยากาศในองค์กรดูหม่นหมองและไม่มั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงสะท้อนจากพนักงานบางคนยังบอกเป็นนัยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับคนทำงานใน EA เปลี่ยนไปจากอดีตที่เคยมีการสื่อสารจริงใจและมีน้ำหนักมากกว่า ปัจจุบันสิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นคำตอบแบบองค์กรทั่วไปที่ฟังดูเลี่ยงประเด็นมากกว่าเดิม สรุปแล้ว ดีลนี้ไม่ได้สร้างแค่การเปลี่ยนเจ้าของ แต่ยังทำให้เกิดคำถามใหญ่ต่อทิศทางสร้างสรรค์ วัฒนธรรมองค์กร และเสถียรภาพของงานใน EA ระยะต่อไป


