ทิม เคนมองว่า RPG แบบเทิร์นเบสและเรียลไทม์ต่างมีที่ยืนของตัวเอง
ทิม เคน นักพัฒนาเกมระดับตำนานและผู้สร้าง Fallout ออกมาแสดงความเห็นต่อข้อถกเถียงคลาสสิกในวงการ RPG ระหว่างเกมต่อสู้แบบเทิร์นเบสกับแบบเรียลไทม์ โดยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเลือกข้างแบบแพ้ชนะ แต่เป็นคนละ…

ทิม เคน นักพัฒนาเกมระดับตำนานและผู้สร้าง Fallout ออกมาแสดงความเห็นต่อข้อถกเถียงคลาสสิกในวงการ RPG ระหว่างเกมต่อสู้แบบเทิร์นเบสกับแบบเรียลไทม์ โดยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเลือกข้างแบบแพ้ชนะ แต่เป็นคนละเครื่องมือที่เหมาะกับงานคนละแบบ มากกว่าจะมีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเหนือกว่าโดยสิ้นเชิง
เคนขยายประเด็นให้กว้างกว่าการเปรียบเทียบระหว่างเทิร์นเบสกับระบบเรียลไทม์พร้อมพักเกม (real time with pause) ที่มักถูกหยิบมาถกกันบ่อย เขาชี้ว่าระบบเรียลไทม์โดยธรรมชาติจะเหมาะกับเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่งมากกว่าในหลายกรณี เพราะทำให้การต่อสู้เดินเร็วและรองรับตัวละครจำนวนมากบนหน้าจอได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การควบคุมตัวละครหลายคนพร้อมกันยากขึ้น และการกดพักเกมก็ไม่ใช่คำตอบที่แก้ปัญหาทุกอย่าง
ฝั่งเทิร์นเบส เคนมองว่าข้อเสียสำคัญคือจังหวะเกมที่ช้าลง ซึ่งจะเห็นชัดเมื่อการต่อสู้ยืดเยื้อหรือมีหน่วยจำนวนมาก เขายกตัวอย่างว่าการนำกติกาเกมกระดานหรือโต๊ะมาดัดแปลงเป็นเกมดิจิทัลแบบเรียลไทม์อาจทำให้เกิดความไม่สมจริงเชิงระบบ เช่น ศัตรูขยับหนีออกจากรัศมีสกิลระหว่างที่ผู้เล่นกำลังร่ายเวทอยู่
อีกมุมหนึ่ง เคนเห็นว่าเกมเรียลไทม์ให้ความสำคัญกับทักษะเฉพาะหน้าและการตอบสนองเร็วของผู้เล่นมากกว่า ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการเล่นที่แสดงฝีมือได้สูง แต่เขาก็มีแนวโน้มชอบให้เกม RPG เน้นการสร้างตัวละคร การวางแผน และกลยุทธ์ มากกว่าการวัดกันที่ความไวมือหรือความแม่นยำ เว้นแต่จะเป็นเกมแนวแอ็กชัน RPG ที่ออกแบบมาเพื่อผสมสองด้านนี้โดยตรง
เคนยังเตือนนักพัฒนาว่าไม่ควรพยายามทำระบบให้ผู้เล่นสลับไปมาระหว่างเทิร์นเบสกับเรียลไทม์ได้ตามใจ เพราะจะเพิ่มภาระการออกแบบอย่างมากและทำให้โครงการซับซ้อนขึ้นมาก แม้เขาเองจะเคยทำเกมทั้งสองสไตล์ แต่ก็ย้ำว่าทั้งคู่มีที่ทางของตัวเองในวงการ RPG
บทความยังเชื่อมไปถึงมุมมองของนักพัฒนาคนอื่น ๆ ที่ถกเถียงประเด็นเดียวกัน โดยชี้ว่ากระแสของเกมเทิร์นเบสอาจเคยเสียเปรียบเพราะขาดความหลากหลายเชิงแท็กติกในช่วงหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีเสียงจากสายออกแบบที่ยังเชื่อว่าเกมเรียลไทม์พร้อมพักเกมยังมีอนาคตและอาจกลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต


