เอฟบีไอสอบสวนเหตุแฮกเกอร์นำสแกนใบขับขี่ดิจิทัลกว่า 153 ล้านรายการไปขายบนดาร์กเว็บ
สื่อรายงานว่าเอฟบีไอกำลังสอบสวนคดีขโมยข้อมูลส่วนบุคคลครั้งใหญ่ หลังมีการนำไฟล์สแกนใบขับขี่ดิจิทัลของผู้ใช้มากกว่า 153 ล้านรายการออกขายบนตลาดมืดออนไลน์ โดยข้อมูลชุดนี้เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการโจมตีระบบ…

สื่อรายงานว่าเอฟบีไอกำลังสอบสวนคดีขโมยข้อมูลส่วนบุคคลครั้งใหญ่ หลังมีการนำไฟล์สแกนใบขับขี่ดิจิทัลของผู้ใช้มากกว่า 153 ล้านรายการออกขายบนตลาดมืดออนไลน์ โดยข้อมูลชุดนี้เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการโจมตีระบบของผู้ให้บริการยืนยันตัวตนรายหนึ่ง ซึ่งอาจถูกใช้เป็นจุดรวบรวมเอกสารสำคัญจำนวนมากจากผู้ใช้ในสหรัฐฯ และแคนาดา
นอกจากใบขับขี่แล้ว ผู้ไม่หวังดียังอ้างว่ามีเอกสารประเภทอื่นรวมอยู่ด้วย เช่น บัตรทางการแพทย์ บัตรพำนักอาศัย และเอกสารยืนยันตัวตนอื่น ๆ ทำให้ขอบเขตของข้อมูลรั่วไหลกว้างกว่าการโจรกรรมข้อมูลทั่วไป เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้สร้างตัวตนปลอม สมัครบริการทางการเงิน หรือหลอกยืนยันตัวตนในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้
กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงของบริการยืนยันตัวตนดิจิทัลที่ต้องเก็บสำเนาเอกสารจำนวนมากไว้ในระบบส่วนกลาง หากถูกเจาะเข้าถึงได้เพียงครั้งเดียว ข้อมูลของผู้ใช้จำนวนมหาศาลก็อาจถูกนำไปเผยแพร่หรือขายต่อได้ในทันที ขณะเดียวกัน การโจมตีลักษณะนี้ยังสร้างความเสียหายต่อทั้งผู้บริโภคและองค์กรที่พึ่งพากระบวนการ KYC หรือการพิสูจน์ตัวตนออนไลน์อย่างมาก
แม้รายละเอียดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำว่าการเก็บและส่งต่อเอกสารระบุตัวตนในรูปแบบดิจิทัลจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดกว่าที่ผ่านมา ทั้งการเข้ารหัส การจำกัดสิทธิ์เข้าถึง และการเฝ้าระวังการรั่วไหลอย่างต่อเนื่อง เพราะผลกระทบจากข้อมูลรั่วครั้งเดียวอาจยืดเยื้อและกระทบผู้ใช้ได้อีกยาวนาน


