คิตาเสะใบ้ทิศทาง Square Enix เน้นเกมใหม่มากกว่ารื้อทำใหม่
โยชิโนริ คิตาเสะ โปรดิวเซอร์ซีรีส์ Final Fantasy VII Remake และหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดของแฟรนไชส์ Final Fantasy ให้สัมภาษณ์ว่าแนวทางของ Square Enix หลังจากจบโปรเจกต์รีเมกชุดนี้ มีแนวโน้มจะหันไป…

โยชิโนริ คิตาเสะ โปรดิวเซอร์ซีรีส์ Final Fantasy VII Remake และหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดของแฟรนไชส์ Final Fantasy ให้สัมภาษณ์ว่าแนวทางของ Square Enix หลังจากจบโปรเจกต์รีเมกชุดนี้ มีแนวโน้มจะหันไปลงทุนกับ “เกมใหม่” และไอพีใหม่มากขึ้นเป็นหลัก แม้บริษัทจะยังเปิดทางให้โปรเจกต์รีเมกเกิดขึ้นได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุผลเชิงสร้างสรรค์และมีทีมที่ผูกพันกับต้นฉบับอย่างชัดเจนเหมือนกรณี Final Fantasy VII
คิตาเสะอธิบายว่าความพิเศษของ Final Fantasy อยู่ที่ “ตัวละคร” และการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ซีรีส์นี้โดดเด่นในสายตาแฟนทั่วโลก นอกจากนี้ เขามองว่ารากฐานทางศิลปะของเกมมีทั้งอิทธิพลจากวัฒนธรรมยุโรปในยุคแรก และอิทธิพลจากมังงะกับอนิเมะของญี่ปุ่นที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Final Fantasy
ในประเด็นสื่อดัดแปลง คิตาเสะมองว่ายังมีโอกาสที่ Square Enix จะกลับไปทำโปรเจกต์แนวภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือสื่อภาพเคลื่อนไหวจากโลกของ Final Fantasy ในอนาคตได้ เขาชี้ว่าการขยายโลกของ Final Fantasy VII ในโปรเจกต์รีเมกพิสูจน์แล้วว่าเรื่องราวชุดนี้ยังมีพื้นที่ให้ต่อยอดได้อีกมากในรูปแบบอื่น ๆ
เขายังพูดถึงกระแสเกมยุคใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Final Fantasy อย่าง Clair Obscur: Expedition 33 โดยบอกว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผลงานของตนไปสร้างแรงผลักดันให้ผู้พัฒนาเจเนอเรชันใหม่ และเขาเองก็เคยเติบโตมากับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์อย่าง Star Wars เช่นกัน คิตาเสะจึงมองว่าความสัมพันธ์แบบวงจรของการได้รับแรงบันดาลใจและส่งต่ออิทธิพลระหว่างผู้สร้างคือสิ่งที่เป็นธรรมชาติของวงการเกม
เมื่อพูดถึงอิทธิพลจาก Star Wars เขาเปิดเผยว่ามีรายละเอียดบางอย่างใน Final Fantasy ที่นำมาใช้เป็นการคารวะโดยตรง เช่น ชื่อ Biggs และ Wedge ใน Final Fantasy VI และแนวคิดการแข่งขันกีฬาในโลกแฟนตาซีที่ส่งอิทธิพลไปถึง Blitzball ใน Final Fantasy X ซึ่งสะท้อนว่าผลงานของเขามักผสมผสานแรงบันดาลใจจากสื่ออื่นอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การลอกเลียนตรง ๆ
สำหรับคำถามว่าเกมไหนคือผลงานที่เขารักที่สุด คิตาเสะระบุว่า Final Fantasy VII มีความผูกพันพิเศษที่สุด เพราะเขาทำงานกับเรื่องราวและตัวละครชุดนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1997 จนถึงปัจจุบัน ส่วนอนาคตในฐานะครีเอเตอร์ เขาอยากลองทำเกมที่เน้นระบบต่อสู้มากขึ้นตามรสนิยมของผู้เล่นรุ่นใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์การเล่าเรื่องแบบ Final Fantasy เอาไว้ ขณะเดียวกันเขาก็ย้ำว่าในตอนนี้ยังไม่คิดจะหวนกลับไปทำรีเมกเกมอื่นในเร็ว ๆ นี้ แม้แฟน ๆ จะยังคงเรียกร้อง Final Fantasy VI Remake กันต่อเนื่องก็ตาม


