เคาน์ตีฟลอริดาไม่สืบหาที่มาของกล้อง Flock ผิดกฎที่ถูกถอดออกแล้ว
ในรัฐฟลอริดา เกิดกรณีกล้องเครือข่ายสอดส่องของ Flock หลายตัวที่ถูกพบติดตั้งอย่างผิดระเบียบในเขต St. Lucie County ระหว่างการกวาดตรวจอุปกรณ์ทั่วทั้งเคาน์ตี ก่อนที่กล้องเหล่านั้นจะหายไปในเวลาต่อมา แต่ทาง…

ในรัฐฟลอริดา เกิดกรณีกล้องเครือข่ายสอดส่องของ Flock หลายตัวที่ถูกพบติดตั้งอย่างผิดระเบียบในเขต St. Lucie County ระหว่างการกวาดตรวจอุปกรณ์ทั่วทั้งเคาน์ตี ก่อนที่กล้องเหล่านั้นจะหายไปในเวลาต่อมา แต่ทางเคาน์ตีประกาศว่าจะไม่เดินหน้าสืบสวนว่าใครเป็นผู้ติดตั้งหรือใครเป็นเจ้าของกล้องเหล่านี้ ทำให้คำถามเรื่องที่มาของการติดตั้งและการใช้งานข้อมูลยังคงไม่มีคำตอบ
รายงานจาก The Washington Post ระบุว่าชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่พอใจและกังวลต่อความไม่ชัดเจนนี้ เพราะไม่มีใครยืนยันได้ว่ากล้องถูกใช้เก็บข้อมูลอะไรบ้าง หรือข้อมูลที่บันทึกไว้อาจถูกส่งต่อไปที่ใด Hannah Galindo ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ซึ่งเคยยื่นคำร้องให้ถอดกล้อง Flock ออก กล่าวว่าเธอกังวลว่าข้อมูลจากกล้องอาจ “ไปอยู่ที่ไหนก็ได้” ซึ่งสะท้อนความไม่ไว้วางใจของชุมชนต่อระบบเฝ้าระวังลักษณะนี้
จากกล้องทั้งหมด 12 ตัวที่ถูกพบ มี 5 ตัวที่ท้ายที่สุดถูกอ้างความเป็นเจ้าของโดยหน่วยงานตำรวจท้องถิ่นตามรายงานของ Post อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตั้งดังกล่าว โดยมีข้อสันนิษฐานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนเข้าใจผิดและเชื่อว่าสามารถติดกล้องหลายตัวภายใต้ใบอนุญาตเดียวได้ ทั้งที่กฎของเคาน์ตีระบุว่าต้องขออนุญาตแยกเป็นรายตัว
Flock ระบุว่าความสับสนนี้อาจเกิดจากคำแนะนำที่ผิดพลาดจากหน่วยงานตำรวจบางแห่ง แต่ทั้งบริษัทและตำรวจในเมือง Port St. Lucie และ Fort Pierce ที่อ้างสิทธิ์ว่ากล้องเหล่านี้เป็นของตน ก็ยังไม่ยืนยันว่าใครเป็นคนให้คำแนะนำดังกล่าว เรื่องนี้จึงยิ่งตอกย้ำปัญหาความโปร่งใสในการใช้งานเทคโนโลยีเฝ้าระวังของภาครัฐ เมื่ออุปกรณ์ถูกติดตั้งโดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน และเมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นกลับไม่มีหน่วยงานใดพร้อมรับผิดชอบอย่างชัดเจน
กรณีนี้สะท้อนแรงเสียดทานระหว่างการใช้กล้องอ่านป้ายทะเบียน/เฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ กับความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว การอนุญาต และการกำกับดูแลข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อประชาชนไม่รู้ว่ากล้องเหล่านี้อยู่ที่ไหน ใครควบคุม และข้อมูลถูกนำไปใช้อย่างไร การที่เคาน์ตีเลือกไม่สืบต่ออาจทำให้คำถามด้านความรับผิดชอบและการตรวจสอบในอนาคตยิ่งค้างคาอยู่ต่อไป


