Game of Thrones: War for Westeros เกม RTS ใหม่ที่ยังไม่ออกแต่ถูกมองว่าน่าเบื่อและเชย
PC Gamer รายงานพรีวิวเกม Game of Thrones: War for Westeros ผลงานแนววางแผนเรียลไทม์ที่นำจักรวาลซีรีส์ HBO มาดัดแปลง โดยผู้เขียนสรุปว่าตัวเกมแม้จะทำงานได้ตามมาตรฐานของแนว RTS แต่กลับไม่สามารถดึงเสน่ห์…

PC Gamer รายงานพรีวิวเกม Game of Thrones: War for Westeros ผลงานแนววางแผนเรียลไทม์ที่นำจักรวาลซีรีส์ HBO มาดัดแปลง โดยผู้เขียนสรุปว่าตัวเกมแม้จะทำงานได้ตามมาตรฐานของแนว RTS แต่กลับไม่สามารถดึงเสน่ห์ของ Game of Thrones ออกมาได้มากพอ และยังให้ความรู้สึก “มาช้า” อย่างชัดเจน เพราะเกมมีกำหนดวางขายถึงปี 2027 ขณะที่ซีรีส์จบไปตั้งแต่ปี 2019 และกระแสความสดใหม่ของแฟรนไชส์ก็ถูกส่งต่อไปยังซีรีส์ภาคก่อนหน้าอย่าง House of the Dragon และ A Knight of the Seven Kingdoms มากกว่า
จุดที่บทความตั้งคำถามคือ การเลือกหยิบ Game of Thrones มาใช้เป็นธีมในตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกมไม่ได้เสนออะไรใหม่หรือร่วมสมัยพอจะทำให้รู้สึกน่าตื่นเต้น แถมยังพาผู้เล่นกลับไปสู่การแย่งชิงบัลลังก์เหล็กในรูปแบบที่ค่อนข้างปลอดภัยและคุ้นเคยเกินไป แม้จะมีองค์ประกอบคุ้นหูคุ้นตาจากซีรีส์ เช่น เสียงบรรยายของ Charles Dance ตัวละคร Jon Snow ที่รับบทโดย Kit Harington และเพลง The Rains of Castamere แต่รายละเอียดเหล่านี้กลับไม่พอจะสร้างความรู้สึกคิดถึงหรือความตื่นเต้นใหม่ ๆ ได้
ในเชิงระบบการเล่น War for Westeros ใช้โครงสร้าง RTS แบบสร้างฐาน เก็บทรัพยากร อัปเกรดอาคาร ผลิตกองกำลัง และส่งทหารเข้ายึดพื้นที่หรือบุกทำลายฐานศัตรู รูปแบบนี้ใกล้เคียง Age of Empires หรือ The Battle for Middle-earth 2 มากกว่าจะสะท้อนความยิ่งใหญ่ของศึกในซีรีส์ต้นฉบับ ซึ่งมักมีขนาดใหญ่และดุเดือดจนชวนให้นึกถึงเกมแนว Total War มากกว่า ผู้เขียนมองว่าความเป็น Game of Thrones นั้นควรถูกนำเสนอผ่านสมรภูมิขนาดมหึมาและความโกลาหลของสงครามมากกว่าการรบด้วยทหารทั่วไปจำนวนมาก
จากสิ่งที่ได้ลองเล่น ผู้เขียนมองว่าเกมมีความ “ธรรมดา” สูงมาก เพราะแกนหลักของการต่อสู้คือการปะทะกันของหน่วยพื้นฐาน เช่น หอก ดาบ และกองกำลังสนับสนุนทั่วไป แม้เกมจะมีจุดเด่นเชิงแฟนเซอร์วิสและยูนิตเฉพาะบางอย่าง แต่โดยรวมแล้วกลับไม่สร้างความรู้สึกแปลกใหม่หรือจำได้ติดตาอย่างที่เกม RTS แฟนตาซีเด่น ๆ เคยทำไว้ในอดีต
พรีวิวที่ได้ลองยังเปิดให้เล่นเพียงสองฝ่ายคือ Starks และ Lannisters โดยสองตระกูลนี้ถูกออกแบบให้ต่างกันพอสมควร เช่น ฝั่ง Stark มีความเป็นทหารดั้งเดิมมากกว่า แต่ได้ข้อได้เปรียบจาก direwolves และการใช้กำลังจาก Night’s Watch กับ Free Folk ส่วน Lannister จะเน้นเศรษฐกิจและกลไกหนี้ที่ช่วยเร่งการขยายตัวได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่าความแตกต่างเหล่านี้ยังเป็นเพียงความไม่เหมือนในระดับพื้นผิว มากกว่าจะสร้างรูปแบบการเล่นที่น่าจดจำ
แม้เกมจะมีระบบเฉพาะฝ่าย, ฮีโร่ประจำตระกูล, และยูนิตพิเศษบางส่วน แต่บทความระบุว่าทุกอย่างยังดูแห้งและปลอดภัยเกินไป ภาพรวมของสมรภูมิก็ไม่ได้อ่านง่ายหรือดูน่าตื่นเต้นมากนัก แม้จะมีโมเมนต์ที่ชอบอย่างการพุ่งชนของทหารม้าที่ทำให้ศัตรูกระเด็นออกไปก็ตาม สุดท้ายผู้เขียนสรุปว่าหากผู้เล่นกำลังมองหา RTS แบบดั้งเดิม เกมอื่นอย่าง Age of Empires 4, Age of Mythology: Retold หรือ Tempest Rising อาจมีน้ำหนักและเอกลักษณ์มากกว่า โดย War for Westeros ยังไม่แสดงให้เห็นว่าการติดแบรนด์ Game of Thrones จะเพียงพอช่วยยกระดับตัวเกมได้


