ลองเล่นแรก Game of Thrones: War for Westeros เกมวางแผนรบที่ยึดกลิ่นอายซีรีส์
Game of Thrones: War for Westeros เป็นเกมแนว RTS สร้างฐานและบริหารกองทัพที่หยิบโลกของซีรีส์ดังมาใช้เป็นฉากหลัง โดยตัวเกมอยู่ในยุคของเนื้อเรื่องหลักของ A Song of Ice and Fire มากกว่าจะอิงภาคพรีเควล ผู้…

Game of Thrones: War for Westeros เป็นเกมแนว RTS สร้างฐานและบริหารกองทัพที่หยิบโลกของซีรีส์ดังมาใช้เป็นฉากหลัง โดยตัวเกมอยู่ในยุคของเนื้อเรื่องหลักของ A Song of Ice and Fire มากกว่าจะอิงภาคพรีเควล ผู้เล่นจะเลือกนำตระกูลใหญ่ของเวสเทอรอสลงสู้ศึก เช่น Stark, Lannister, Daenerys Targaryen หรือแม้แต่ Whitewalkers แต่ในเดโมที่ผู้เขียนได้ลองเล่นนั้น มีเพียงโหมด skirmish แบบ 1v1 และให้เลือกเล่นแค่สองฝ่ายคือ Stark กับ Lannister บนแผนที่ขนาดเล็กสองฉากเท่านั้น
จุดเด่นแรกที่สังเกตได้คือภาพและงานออกแบบที่พยายามคงอารมณ์ของซีรีส์ไว้ให้ชัด ตัวละครสำคัญอย่าง Jon Snow และ Tywin Lannister ถูกทำออกมาให้คล้ายกับนักแสดงต้นฉบับมาก ขณะที่สภาพสนามรบและเอฟเฟกต์อย่างลูกธนูไฟที่เผาอาคาร หรือไฟเขียวของ Wildfire ที่ถล่มทัพศัตรูก็ช่วยให้เกมดูมีพลังและน่าติดตาม แม้จะเป็นบิลด์ระดับอัลฟา แต่ผู้ทดลองเล่นมองว่างานภาพของ PlaySide น่าประทับใจและดูใส่ใจความแตกต่างของแต่ละตระกูลอย่างชัดเจน
ในเชิงระบบการเล่น ฝ่าย Stark และ Lannister ไม่ได้ต่างกันแค่ธีม แต่มีเศรษฐกิจและยูนิตเฉพาะของตัวเองอย่างเด่นชัด ฝั่ง Stark เน้นความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น มีตัวเลือกทั้ง Night’s Watch, Wildlings และสัตว์ป่าจากนอกกำแพง พร้อมฮีโร่อย่าง Robb Stark กับ Jon Snow ที่ค่อยๆ อัปเลเวลจากการสังหารศัตรูและปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ ขณะที่ Jon Snow สามารถเพิ่มพลังโจมตีและความทนทานให้หน่วยใกล้ตัวได้ รวมถึงโจมตีแบบสร้างเลือดไหลได้ด้วย
ฝั่ง Lannister ถูกออกแบบให้สะท้อนความร่ำรวยและการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากกว่า พวกเขาผลิตทองได้เร็วกว่า และสามารถแปลงทองกับ influence ไปมาระหว่างกันได้ ทำให้การเริ่มเกมและขยายฐานทำได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ยังใช้ระบบสัญญาจ้างบริษัททหารรับจ้างแทนการฝึกกองกำลังแบบตรงไปตรงมา ฮีโร่อย่าง Jaime และ Tywin Lannister ก็ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน โดย Tywin ช่วยเสริมทัพและยับยั้งดีบัฟ ส่วน Jaime เด่นด้านดวลตัวต่อตัวและการยั่วยุศัตรูให้หันมาโจมตีเขา
โครงสร้างของเกมยังคงกลิ่นอาย RTS คลาสสิก ผู้เล่นเริ่มจากพื้นที่เล็กๆ ต้องสร้างศูนย์กลางฐาน ขยายอาณาเขต และปลดล็อกสิ่งปลูกสร้างอย่างค่ายทหารหรืออาคารผลิตทรัพยากร โดยแผนที่ถูกแบ่งเป็นโซนยึดครองที่ต้องคุมหอคอยให้ได้ก่อนจึงจะเริ่มก่อสร้างในพื้นที่นั้นได้ บางจุดยังเป็นแหล่งทรัพยากรพิเศษที่ช่วยเร่งเศรษฐกิจของฝ่ายตนได้มากขึ้น
กลไกที่ผู้เขียนมองว่าน่าสนใจเป็นพิเศษคือค่ายมอนสเตอร์กลางแผนที่ ซึ่งให้รางวัลเป็นทองเมื่อกำจัดศัตรูในค่าย และจะเกิดใหม่เป็นระยะ ทำให้การรีบผลิตทหารชุดแรกเพื่อไปยึดค่ายเหล่านี้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในช่วงต้นเกม วิธีนี้ช่วยเร่งเศรษฐกิจและเปิดโอกาสให้ตั้งรับหรือขยายฐานได้เร็วกว่าเดิม จึงเป็นระบบที่เพิ่มมิติในการเล่นและกระตุ้นการแย่งชิงพื้นที่อย่างมีน้ำหนัก
อย่างไรก็ตาม เดโมที่ได้ลองยังมีข้อสังเกตด้านเทคนิค โดยเฉพาะเรื่องกล้องที่ยังทำงานได้ไม่ดีนักในบิลด์ทดสอบ ถึงอย่างนั้น ภาพรวมของ War for Westeros ถูกมองว่าเป็นโปรเจกต์ที่น่าจับตาสำหรับแฟน RTS และแฟน Game of Thrones เพราะผสมความเป็นเกมวางแผนคลาสสิกเข้ากับโลกและตัวละครที่คุ้นเคยได้ค่อนข้างน่าสนใจ และมีแววจะเป็นเกมที่ดึงเสน่ห์ของการสร้างฐาน-บริหารกองทัพกลับมาให้คนเล่นรุ่นใหม่ได้สัมผัสอีกครั้ง


