เปิดรายละเอียด GTA 6 ผ่านบทสัมภาษณ์ใหญ่กับ Rockstar North
IGN เผยบทสัมภาษณ์เชิงลึกกับ Rob Nelson หัวหน้าฝ่ายพัฒนาและโค-สตูดิโอเฮดของ Rockstar North จากช่วงที่สื่อได้เห็น GTA 6 ถูกเล่นจริงเป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้เห็นแนวคิดและทิศทางของเกมภาคใหม่ได้ชัดขึ้นกว่า…

IGN เผยบทสัมภาษณ์เชิงลึกกับ Rob Nelson หัวหน้าฝ่ายพัฒนาและโค-สตูดิโอเฮดของ Rockstar North จากช่วงที่สื่อได้เห็น GTA 6 ถูกเล่นจริงเป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้เห็นแนวคิดและทิศทางของเกมภาคใหม่ได้ชัดขึ้นกว่าการดูจากตัวอย่างเพียงอย่างเดียว บทสนทนานี้เล่าทั้งภาพรวมของเดโม 30 นาที และมุมมองเบื้องหลังการพัฒนาที่กินเวลายาวนานราว 13 ปีของทีมงาน
เนื้อหาที่ IGN ชี้ให้เห็นคือ GTA 6 พยายามขยายความเป็นโลกเปิดให้ลึกกว่าเดิม โดยไม่ได้เน้นแค่ภารกิจหลักหรือฉากเล่าเรื่อง แต่ให้ผู้เล่นทำกิจกรรมหลากหลายระหว่างเล่นเป็น Jason และ Lucia ได้ทั้งแบบลำพังและร่วมกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถูกวางให้เป็นแกนสำคัญของเรื่อง แต่ก็ไม่ได้บังคับผู้เล่นให้ต้องยึดติดกับโหมดโรแมนติกตลอดเวลา เพราะระบบดังกล่าวยังเปิดให้เล่นได้ยืดหยุ่นตามสไตล์ของแต่ละคน
อีกประเด็นสำคัญคือการออกแบบ Safehouse ให้มีความเป็น “บ้าน” มากขึ้น คล้ายค่ายพักใน Red Dead Redemption 2 มากกว่าสถานที่เซฟเฮาส์แบบ GTA ที่เคยมีมา ผู้เล่นสามารถสลับตัวละคร เดินสำรวจ ใช้งานของในบ้าน และปรับแต่งรูปลักษณ์พื้นฐานบางอย่างได้ที่นี่ แต่ถ้าต้องการทรงผมหรือเสื้อผ้าใหม่ ๆ จริง ๆ ก็ยังต้องออกไปใช้บริการตามร้านในโลกเกม ซึ่งช่วยผลักให้การสำรวจเมืองมีความหมายมากขึ้น
บทสัมภาษณ์ยังพูดถึงการยกระดับเทคโนโลยีบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ โดย Rockstar ใช้ประโยชน์จากหน่วยความจำและกำลังประมวลผลที่มากขึ้นเพื่อสร้าง NPC ที่มีความหลากหลายของรูปร่างและความสูงมากกว่าเดิม ระบบอนิเมชันถูกออกแบบให้ปรับเข้ากับตัวละครแต่ละแบบได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ปฏิสัมพันธ์กับฉาก สิ่งแวดล้อม และการต่อสู้ดูสมจริงและต่อเนื่องกว่าที่เคยทำได้ในเกมก่อนหน้า
Nelson อธิบายด้วยว่า ระบบโต้ตอบกับ NPC ได้รับการต่อยอดจาก Red Dead Redemption 2 อย่างจริงจัง จากเดิมที่ปุ่มล็อกเป้าใช้เพื่อยกอาวุธหรือเข้าสู่การต่อสู้เป็นหลัก เกมภาคใหม่นี้เปิดให้ผู้เล่นพูดคุย ทักทาย ยั่วยุ หรือเปลี่ยนเป็นการใช้ความรุนแรงได้จากอินพุตเดียวกัน ทีมพัฒนาต้องลงทุนทั้งด้านดีไซน์ โค้ด แอนิเมชัน และบทสนทนา เพื่อให้พฤติกรรมตัวละครดูเป็นธรรมชาติและมีน้ำหนักทางอารมณ์
อีกส่วนที่น่าสนใจคือ Rockstar ต้องขยายทีมเขียนบทและกำกับในลอสแอนเจลิสเพื่อรองรับบทสนทนาและสถานการณ์ที่หลากหลายขึ้น รวมถึงออกแบบให้ NPC มีปฏิกิริยาต่อผู้เล่นเมื่อเข้าไปใกล้หรือแอบฟังนานเกินไป ระบบจึงไม่ได้มีแค่บทพูดจำนวนมาก แต่ยังพยายามจำลองพฤติกรรมทางสังคมของคนในเมืองให้สมจริงขึ้นด้วย
โดยรวมแล้ว บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนว่า GTA 6 ไม่ได้เป็นแค่ภาคต่อที่เพิ่มขนาดแผนที่หรือปรับกราฟิก แต่เป็นความพยายามยกระดับโครงสร้างของเกมโอเพนเวิลด์ ทั้งด้านปฏิสัมพันธ์ของตัวละคร โลกเมืองที่มีชีวิต และเทคโนโลยีเบื้องหลังที่รองรับรายละเอียดจำนวนมาก ซึ่งยิ่งทำให้ความคาดหวังต่อเกมภาคนี้สูงขึ้นไปอีก


