แฟน Halo แตกเป็นสองฝั่ง หลัง Activision รับช่วงทำเกมภาคต่อ
การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ Xbox ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่สะเทือนแฟนเกมไม่น้อย โดยเฉพาะข่าวว่า Activision จะเข้ามารับหน้าที่พัฒนา Halo ภาคถัดไป ขณะที่ Halo Studios ก็เผชิญการปลดพนักงานจำนวนมากและการ…

การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ Xbox ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่สะเทือนแฟนเกมไม่น้อย โดยเฉพาะข่าวว่า Activision จะเข้ามารับหน้าที่พัฒนา Halo ภาคถัดไป ขณะที่ Halo Studios ก็เผชิญการปลดพนักงานจำนวนมากและการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ข่าวนี้สร้างความประหลาดใจอย่างมาก เพราะ Halo เป็นแฟรนไชส์ระดับเรือธงของ Xbox และ Activision ก็เป็นชื่อที่ผู้เล่นจำนวนมากเชื่อมโยงกับ Call of Duty มากกว่า
ปฏิกิริยาของชุมชนผู้เล่นบนโซเชียลมีเดียจึงแตกออกเป็นหลายมุม บางส่วนมองด้วยความกังวลและหยิบไปทำเป็นมีมเกี่ยวกับการเติมเงินหนัก เครื่องแต่งกายสุดเวอร์ หรือการร่วมมือกับคนดังแบบไม่เข้ากัน ขณะที่บางคนย้ำว่า Halo เคยมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจาก Call of Duty อย่างชัดเจนในอดีต จึงรู้สึกแปลกที่ซีรีส์นี้จะถูกส่งต่อให้บริษัทที่มีภาพจำอีกแบบหนึ่งมาดูแล
อย่างไรก็ตาม อีกกลุ่มหนึ่งกลับมองว่าการเปลี่ยนมือครั้งนี้อาจเป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง พวกเขาชี้ว่า Halo ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับปนเปและดูเหมือนจะหลุดจากมาตรฐานเดิมไปมาก จึงเชื่อว่าการให้สตูดิโอขนาดใหญ่ที่มีประสบการณ์กับเกมฟอร์มยักษ์เข้ามาดูแลอาจช่วยยกระดับคุณภาพได้ ความเห็นเชิงบวกเหล่านี้มักมาพร้อมท่าทีระมัดระวัง ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย แต่พร้อมรอดูผลงานจริงก่อนตัดสิน
อดีตผู้บริหารของ Blizzard อย่าง Mike Ybarra ยังออกมาสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง โดยมองว่า Activision พร้อมรับความเสี่ยงและสามารถสร้าง Halo ให้สร้างแรงกระเพื่อมในระยะยาวได้ คำพูดนี้ยิ่งทำให้การถกเถียงเข้มข้นขึ้น เพราะสะท้อนว่าฝั่งสนับสนุนเชื่อว่าแฟรนไชส์ต้องการทิศทางใหม่อย่างจริงจัง เพื่อกลับมามีความหมายในสายตาผู้เล่นอีกครั้ง
โดยรวมแล้ว บรรยากาศของแฟน Halo ตอนนี้ออกมาในโทน “หวังแบบระแวง” มากกว่าจะปฏิเสธหรือยินดีอย่างสุดโต่ง หลายคนยอมรับว่าแฟรนไชส์นี้กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำมานาน และการสับเปลี่ยนทีมครั้งนี้อาจเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่จำเป็น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่มีใครมั่นใจว่า Activision จะพา Halo กลับสู่ความยิ่งใหญ่ได้จริงหรือไม่
ท้ายที่สุด ข่าวนี้ไม่เพียงสะท้อนอนาคตที่ไม่แน่นอนของ Halo เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำแรงกดดันที่ Xbox กำลังเผชิญในการจัดการแฟรนไชส์หลักของตนเอง ขณะที่อีกด้านหนึ่ง Undead Labs ก็ถูกปลดออกไปเป็นสตูดิโออิสระเต็มตัว โดยยืนยันว่า State of Decay 3 ยังเดินหน้าต่อและมีแผนทดสอบเบต้าปิดในปีนี้ด้วย


