ดีลควบรวมซูเปอร์มาร์เก็ตอาจขยายเครือข่ายสอดส่องลูกค้า
รายงานของกลุ่ม American Economic Liberties Project เตือนว่าแผนซื้อกิจการ Giant Eagle มูลค่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ของ Kroger อาจไม่ได้กระทบแค่โครงสร้างการแข่งขันในตลาดของชำ แต่ยังอาจทำให้เครือข่ายเฝ้า…

รายงานของกลุ่ม American Economic Liberties Project เตือนว่าแผนซื้อกิจการ Giant Eagle มูลค่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ของ Kroger อาจไม่ได้กระทบแค่โครงสร้างการแข่งขันในตลาดของชำ แต่ยังอาจทำให้เครือข่ายเฝ้าระวังลูกค้าถูกกระจุกตัวอยู่ในมือบริษัทเดียวมากขึ้นด้วย
ประเด็นหลักของข้อกังวลนี้คือ Kroger อาจได้ครอบครองหรือขยายระบบกล้องและเครื่องมือเฝ้าระวังที่เชื่อมกับหน้าร้านและพื้นที่รอบสาขา รวมถึงกล้องของ Flock ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกจับตาอย่างมากในสหรัฐฯ เพราะสามารถเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวของผู้คนและยานพาหนะได้อย่างกว้างขวาง นักวิจารณ์มองว่าเมื่อบริษัทค้าปลีกรายใหญ่รวมตัวกันมากขึ้น อำนาจในการเก็บข้อมูลลูกค้าก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
รายงานดังกล่าวจึงชี้ว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้อาจสร้างผลกระทบสองชั้น คือด้านเศรษฐกิจจากการแข่งขันที่ลดลงและราคาที่อาจสูงขึ้น และด้านสิทธิส่วนบุคคลจากการที่ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคถูกเก็บและใช้ในวงกว้างโดยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย
บริบทนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สังคมอเมริกันให้ความสนใจกับเรื่องการสอดส่องและการตั้งราคาตามข้อมูลส่วนบุคคลมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีเฝ้าระวังถูกนำมาใช้ในพื้นที่สาธารณะและธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ข้อถกเถียงจึงไม่ได้จำกัดแค่การแข่งขันทางการค้า แต่ขยายไปถึงเส้นแบ่งระหว่างความปลอดภัย การเก็บข้อมูล และสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค
สำหรับผู้กำกับดูแล นี่เป็นตัวอย่างว่าการพิจารณาควบรวมบริษัทเทคโนโลยีหรือธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ควรมองไกลกว่าเรื่องราคาและส่วนแบ่งตลาด เพราะโครงสร้างของข้อมูลและระบบเฝ้าระวังที่ติดไปกับธุรกิจอาจมีผลต่อผู้บริโภคในระยะยาวไม่แพ้กัน


