รีวิว I Want Your Sex: งานกลับมาของ Gregg Araki ที่แรงตั้งแต่ต้นแต่แผ่วปลาย
Gregg Araki กลับมาสร้างหนังยาวอีกครั้งในรอบกว่าทศวรรษกับ I Want Your Sex ซึ่งยังคงรักษาลายเซ็นความแสบ ซุกซน และการเล่นกับประเด็นเรื่องเพศแบบตรงไปตรงมาเอาไว้อย่างชัดเจน หนังหยิบความเชื่อที่ว่า Gen Z มี…

Gregg Araki กลับมาสร้างหนังยาวอีกครั้งในรอบกว่าทศวรรษกับ I Want Your Sex ซึ่งยังคงรักษาลายเซ็นความแสบ ซุกซน และการเล่นกับประเด็นเรื่องเพศแบบตรงไปตรงมาเอาไว้อย่างชัดเจน หนังหยิบความเชื่อที่ว่า Gen Z มีเพศสัมพันธ์น้อยลงและเคร่งครัดมากขึ้น มาเล่าผ่านสายตาของเอลเลียต หนุ่มรุ่นใหม่ที่เพิ่งได้งานเป็นผู้ช่วยให้กับเอริกา เทรซีย์ ศิลปินชื่อดังสายงานภาพลักษณ์และความ provocative จนชีวิตของเขาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ช่วงแรกของหนังถูกมองว่าแข็งแรงมาก เพราะ Araki ใช้โทนตลกประหลาดปนเหนือจริงได้อย่างมีชีวิตชีวา บรรยากาศในสตูดิโอของเอริกามีทั้งความกดดัน ความหลุดโลก และอารมณ์ขันเฉพาะตัว โดยมีตัวละครสมทบที่ช่วยเสริมสีสันอย่าง Zap เพื่อนร่วมงานของเอลเลียต และ Vikktor ผู้จัดการธุรกิจที่โดดเด่นด้วยสีหน้าและจังหวะการแสดงของ Daveed Diggs ขณะเดียวกัน เคมีระหว่างสองนักแสดงนำก็ถูกยกให้เป็นจุดขายสำคัญของเรื่อง
Olivia Wilde ได้รับคำชมว่าแสดงเป็นเอริกาได้ดีมาก ในฐานะคนที่เหมือนใช้ทั้งชีวิตเป็นงานศิลปะและการแสดงออก เธอทำให้ผู้ชมไม่แน่ใจตลอดเวลาว่าตัวละครนี้จริงใจแค่ไหนหรือกำลังสร้างภาพอยู่กันแน่ ด้าน Cooper Hoffman ก็ยังคงเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองต่อจากผลงานก่อนหน้า ด้วยเสน่ห์แบบหนุ่มข้างบ้านที่เข้าถึงง่าย ทำให้เอลเลียตดูน่าเอาใจช่วยแม้จะถูกดึงเข้าไปสู่ความสัมพันธ์ที่เสี่ยงและชวนอึดอัดมากขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งในฉากที่ถูกมองว่าน่าจดจำที่สุดคือช่วงที่เอริกาขอให้เอลเลียตหา “คนที่สาม” มาร่วมประสบการณ์ทางเพศแบบสามคน โดยเขาไปชวน Apple เพื่อนสนิทและรูมเมตที่รับบทโดย Chase Sui Wonders ซึ่งฉากนี้ถูกชื่นชมว่าเล่นได้ทั้งตลก อึดอัด เซ็กซี่ และชวนตั้งคำถามพร้อมกันอย่างลงตัว เหมือนหนังจะกดปุ่มทุกอารมณ์ในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม เมื่อหนังเดินเข้าสู่ครึ่งหลัง ความเข้มข้นกลับลดลง โดยเฉพาะเมื่อโครงเรื่องเริ่มพึ่งพากรอบการสอบสวนของตำรวจและค่อย ๆ เผยเหตุการณ์มืดมนที่เป็นแกนสำคัญของเรื่อง ผู้วิจารณ์มองว่าจังหวะเล่าเรื่องช่วงนี้กระจัดกระจายและน่าสนใจน้อยกว่าช่วงต้น มีประเด็นสำคัญหลายอย่างถูกปล่อยผ่านเร็วเกินไป ทั้งการข้ามเส้นทางศีลธรรมของตัวละครบางคนและคำถามเรื่องความรับผิดชอบที่หนังเหมือนจะไม่ยอมขุดต่อให้ลึก
นอกจากนี้ หนังยังถูกติว่าไม่สานต่อประเด็นเชิงสังคมที่มันเคยเปิดไว้ได้เต็มที่ เช่น ความระแวดระวังเรื่องเพศของคนรุ่นใหม่ที่โตมากับยุคโควิด รวมถึงความไม่สมดุลของอำนาจระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ซึ่งช่วงต้นดูเหมือนจะเป็นแกนสำคัญ แต่ท้ายที่สุดกลับถูกลดทอนให้เหลือเพียงความสัมพันธ์ชวนวุ่นแบบต่างวัยมากกว่าจะเป็นการสำรวจเชิงลึกตามที่ปูไว้ อีกทั้งตัวละคร Apple ยังหายไปจากเรื่องในครึ่งหลังอย่างน่าเสียดาย ทำให้เส้นเรื่องของเธอขาดบทสรุปที่ชัดเจน
โดยรวมแล้ว รีวิวสรุปว่า I Want Your Sex เป็นการกลับมาที่น่ายินดีของผู้กำกับสายอินดี้ที่มีเสียงเฉพาะตัว แม้หนังจะเต็มไปด้วยความกล้าท้าทายและมุกเสียดสีที่สนุกในครึ่งแรก แต่เมื่อรวมทั้งเรื่องแล้ว ผลลัพธ์ยังไม่ถึงขั้นเป็นผลงานระดับท็อปของ Gregg Araki เพราะบทสรุปไม่ค่อยแน่นและไม่ขยายประเด็นสำคัญที่หนังเริ่มต้นไว้อย่างน่าคิดมากพอ


