id Software จับมือ MachineGames แน่นขึ้น หลังปลดพนักงานครั้งใหญ่ของ Xbox
มาร์ตี สแตรตตัน ผู้ร่วมกำกับสตูดิโอ id Software ออกมายืนยันว่าแม้บริษัทจะเผชิญการเลย์ออฟครั้งใหญ่จากฝั่ง Xbox แต่ทีมงานยังเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง และกำลังทำงานใกล้ชิดกับ MachineGames มากกว่าที่เคย…

มาร์ตี สแตรตตัน ผู้ร่วมกำกับสตูดิโอ id Software ออกมายืนยันว่าแม้บริษัทจะเผชิญการเลย์ออฟครั้งใหญ่จากฝั่ง Xbox แต่ทีมงานยังเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง และกำลังทำงานใกล้ชิดกับ MachineGames มากกว่าที่เคยเป็นมา คำพูดของเขาถูกยกขึ้นในงานเปิดตัว DLC ของ Doom: The Dark Ages ซึ่งสะท้อนว่าทั้งสตูดิโอผู้สร้าง Doom และทีมพัฒนา Wolfenstein/Indiana Jones กำลังขยับความร่วมมือในระดับลึกขึ้น ทั้งด้านการพัฒนาเกมและเทคโนโลยีภายใน
สแตรตตันระบุว่าการปรับโครงสร้างหลังเลย์ออฟถูกวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ id Software ยังคง “มีความยั่งยืน” ได้ทั้งในงานเกมและฝ่ายเทคโนโลยี เขาย้ำว่าการสูญเสียบุคลากรราวครึ่งสตูดิโอเป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้ แต่ทีมที่เหลือยังพร้อมสานต่อการทำงานต่อไปในหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะการสร้างเกมใหม่เท่านั้น
ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่เขาเน้นคำว่า “วิศวกร” และ “การพัฒนาเทคโนโลยี” ซ้ำหลายครั้ง จึงถูกตีความว่าความร่วมมือครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่การแชร์ทรัพยากรทั่วไป แต่เป็นการประสานงานด้านเอนจินเกมโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อ id Software สูญเสียบุคลากรจำนวนมากจากสาขาแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งมีบทบาทสำคัญกับ id Tech Engine เดิมทีหลายฝ่ายกังวลว่าเทคโนโลยี id-tech อาจถูกลดบทบาทหรือยุติบางส่วน แต่ Microsoft ก็ออกมาปฏิเสธว่าการพัฒนาเอนจินยังไม่ถูกยกเลิก
บทความชี้ให้เห็นว่า id Software และ MachineGames ต่างมีพื้นฐานแข็งแรงด้านเทคโนโลยีเกมอยู่แล้ว โดย Doom: The Dark Ages ใช้ id-tech 8 ขณะที่ Indiana Jones and the Great Circle ใช้เอนจินที่ดัดแปลงจาก id-tech 7 ในชื่อ Motor การทำงานร่วมกันที่ลึกขึ้นจึงอาจหมายถึงการรวมทีมวิศวกรของทั้งสองสตูดิโอเข้ามาช่วยกันพัฒนาเอนจินรุ่นถัดไป หรืออย่างน้อยก็ทำให้สายงานด้านเทคโนโลยีของทั้งคู่เชื่อมกันมากขึ้นกว่าที่เคย
อีกมุมหนึ่ง คำพูดของสแตรตตันทำให้เกิดการคาดเดาเพิ่มว่า MachineGames อาจกำลังทำงานเกี่ยวกับ Wolfenstein 3 ตามข่าวลือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่จังหวะเวลาที่ id Software เพิ่งปิดงานหลักของ Doom: The Dark Ages ก็ทำให้การร่วมมือด้านโปรเจกต์หรือเทคโนโลยีระหว่างสองทีมดูเป็นไปได้มากขึ้น
ท้ายที่สุด บทความมองว่ากรณีนี้สะท้อนภาพใหญ่ของการปรับโครงสร้างภายใน Xbox/Microsoft ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องหลังการปลดคนหลายระลอกในปีนี้ และอาจลากยาวไปถึงปี 2027 สถานการณ์ของ id Software จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสตูดิโอเดียว แต่เป็นตัวอย่างของวิธีที่ค่ายเกมในเครือ Xbox ต้องปรับตัวทั้งด้านคนและเทคโนโลยี เพื่อรักษาความสามารถในการสร้างเกมระดับเรือธงต่อไป


