สรุป 5 ข้อจากเกมเพลย์แรกของ The Duskbloods: โครงสร้างคล้าย Nightreign แต่เน้น PvP มากกว่า
สื่อเกม PC Gamer รวบรวมข้อสังเกตสำคัญจากวิดีโอเกมเพลย์ชุดแรกและบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับ The Duskbloods เกมใหม่จาก FromSoftware ที่เตรียมเปิดทดสอบเครือข่ายบน Switch 2 ในสัปดาห์หน้า โดยภาพรวมบทความมองว่าเกม…

สื่อเกม PC Gamer รวบรวมข้อสังเกตสำคัญจากวิดีโอเกมเพลย์ชุดแรกและบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับ The Duskbloods เกมใหม่จาก FromSoftware ที่เตรียมเปิดทดสอบเครือข่ายบน Switch 2 ในสัปดาห์หน้า โดยภาพรวมบทความมองว่าเกมนี้อาจเป็นอีกหนึ่งงานทดลองที่ต่อยอดแนวทางของสตูดิโอจากทั้ง Nightreign และงานสาย Soulsborne แบบเดิม
ประเด็นแรกคือโครงสร้างของเกมดูเป็นแบบแบ่งรอบและเล่นเป็นเซสชันสั้น ๆ ในสนามเฉพาะกิจ มากกว่าจะเป็นเกมสำรวจโลกเปิดแบบ Elden Ring ผู้เล่นจะถูกดันให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้เวลาจำกัด ระดับความเสี่ยงและความยากจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และตัวละครน่าจะมีบทบาทหรือความสามารถที่กำหนดไว้ชัดเจน คล้ายการออกแบบเพื่อให้แต่ละรอบมีเป้าหมายและจังหวะการเล่นที่แน่นอนมากขึ้น
อีกจุดที่เด่นคือ The Duskbloods ดูจะเน้น PvP มากกว่า Nightreign แต่ก็ยังเปิดช่องให้คนที่ไม่อยากปะทะผู้เล่นอื่นเล่นได้ด้วย แกนหลักของการแข่งขันคือการทำภารกิจ PvE ให้ได้แต้ม “Virtue” มากกว่าคู่แข่งในล็อบบี ผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงสุดจะอยู่รอดไปยังช่วงถัดไป ขณะที่ตอนจบของรอบมักเป็นการสู้กันระหว่างผู้เล่นที่ผ่านเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าภายในเกมยังมีตัวเลือกปลดล็อกให้เปลี่ยนไฟต์สุดท้ายเป็นบอส PvE แบบร่วมมือกันได้ และยังมีไอเท็มที่ช่วยผลักเกมไปทาง PvP มากขึ้นด้วย
บทความยังชี้ให้เห็นว่ากลิ่นอายของ Bloodborne และ Souls ยังคงชัดมาก ทั้งจากศัตรู การออกแบบฉาก และบรรยากาศโดยรวม หลายองค์ประกอบทำให้นึกถึง Yharnam, Upper Cathedral Ward และอารมณ์ของฉากใน Bloodborne ขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดที่เหมือนหยิบแนวคิดจาก Dark Souls และ Elden Ring มาปรับใช้ใหม่ เช่น อาวุธหรือบอสที่มีทรงและท่วงท่าแบบคุ้นตาในงานเก่าของ FromSoftware
ในด้านงานออกแบบแผนที่ ผู้เขียนประเมินว่าโซนที่เห็นในตัวอย่างมีความ “แน่น” และมีมิติเชิงตั้งสูง คล้ายกับพื้นที่อย่าง Land of Shadow ใน Shadow of the Erdtree มากกว่าความกว้างใหญ่แบบกระจายของ Limgrave ซึ่งถือเป็นสไตล์เลเวลดีไซน์ที่หลายคนยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สุดของ FromSoftware แต่ก็ยังต้องรอดูว่าโครงสร้างแบบมีเวลาและรอบแข่งขันจะส่งผลอย่างไรเมื่อถูกนำมารวมกับการสำรวจพื้นที่แนวนี้
ท้ายที่สุด บทความตั้งคำถามเรื่องอนาคตของเกมในระยะยาว โดยเฉพาะความต่อเนื่องของการสนับสนุนหลังวางจำหน่ายและสมดุลของโหมดมัลติเพลเยอร์ ซึ่งเป็นจุดที่ FromSoftware เคยถูกวิจารณ์มาก่อน ผู้เขียนยังแสดงความหวังว่าเกมจะมีเวอร์ชัน PC ตามมาในอนาคต แม้ตอนนี้จะประกาศเป็นเกมเอ็กซ์คลูซีฟบน Switch 2 ก็ตาม และมองว่าในเชิงฐานผู้เล่นกับศักยภาพของเกม มันน่าจะเหมาะกับ PC มากกว่าในระยะยาว


