นักพัฒนาอินดี้กล่าวหาสตูดิโอใช้ AI ก๊อบปี้เกมปอกมันฝรั่งของตน
เกิดข้อถกเถียงในวงการเกมอินดี้หลัง Rado Klasa นักพัฒนาเกมอิสระออกมากล่าวหาสตูดิโอ Golden Horn Studios ว่าลอกไอเดียเกมของเขาไปทำเป็นผลงานใหม่ โดยเฉพาะแนวคิดของเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ใช้ฟิสิกส์ในการ…

เกิดข้อถกเถียงในวงการเกมอินดี้หลัง Rado Klasa นักพัฒนาเกมอิสระออกมากล่าวหาสตูดิโอ Golden Horn Studios ว่าลอกไอเดียเกมของเขาไปทำเป็นผลงานใหม่ โดยเฉพาะแนวคิดของเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ใช้ฟิสิกส์ในการปอกมันฝรั่ง ซึ่งทั้งสองเกมมีความคล้ายกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในธีมการปอกมันฝรั่ง รูปแบบการเล่น และบรรยากาศแนวสยองขวัญผสมฉากสไตล์โซเวียต
Klasa ระบุว่าเกมของเขาชื่อ 1,000,000 Potatoes เริ่มต้นจากการทำต้นแบบในงาน GMTK game jam ก่อนที่เขาจะเลือกชะลอการเปิดหน้า Steam เพื่อปรับแต่งกลไกและความรู้สึกของเกมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายเปิดตัว Potato Please ออกมาก่อนในลักษณะที่เขามองว่าเป็นการ “โคลน” งานของตน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจใช้ AI สร้างแนวคิดหรือพัฒนาเกมอย่างรวดเร็วเกินปกติ เขาย้ำว่าตนทุ่มเวลาปรับรายละเอียดและไม่ต้องการให้ “งานลอกเลียนแบบราคาถูก” มาแซงผลงานต้นฉบับ
กระแสในโซเชียลและชุมชน Steam เอนเอียงไปทาง Klasa โดยบางคิวเรเตอร์เริ่มติดป้าย Potato Please ว่าเป็น “AI imagery rip off” ของ 1,000,000 Potatoes ขณะที่ผู้เล่นจำนวนมากกดดันและประกาศจะไปเพิ่มเกมของ Klasa ในรายการ wishlist อย่างไรก็ตาม Golden Horn Studios ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจน โดยระบุว่าไม่เคยเห็นเกมของ Klasa มาก่อน และยืนยันว่า Potato Please เกิดจากมีมและวิดีโอเกี่ยวกับมันฝรั่งที่ได้รับความนิยมในชุมชนของพวกเขา ไม่ได้คัดลอกผลงานใคร
สตูดิโอยังตอบโต้ว่า การที่เกมมีแนวคิดคล้ายกันไม่ใช่หลักฐานว่ามีการขโมย พร้อมชี้ว่ามีทีมงานจริงที่ใช้เวลาออกแบบ โมเดล เขียนโค้ด และพัฒนาโปรเจกต์ และพร้อมเปิดเผยไฟล์งานหรือขั้นตอนพัฒนาเพื่อตรวจสอบหากจำเป็น พวกเขายอมรับว่าพร้อมพูดคุยเรื่องความคล้ายคลึงในเชิงข้อเท็จจริง แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่ถูกกล่าวหาต่อสาธารณะโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัด
แม้คำชี้แจงของสตูดิโอจะพยายามลดความรุนแรงของข้อกล่าวหา แต่ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะมองว่าความบังเอิญของเกมสองเกมมีรายละเอียดใกล้เคียงกันเกินไป อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับตัวตนของสตูดิโอที่เพิ่งมีบัญชีไม่นานและยังไม่เคยเผยวิดีโอพัฒนาหรือภาพเบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนปัญหาใหญ่ในยุคที่ AI ทำให้การสร้างคอนเซ็ปต์ เกมเพลย์ และคอนเทนต์โปรโมตทำได้เร็วขึ้น จนเส้นแบ่งระหว่างแรงบันดาลใจกับการลอกเลียนแบบยิ่งพร่าเลือน


