Call of Duty: Modern Warfare 4 บน Switch 2 เจอปัญหาอินพุตแลคจนเสียเปรียบในโหมดมัลติเพลเยอร์
รายงานจาก IGN อ้างอิงการวิเคราะห์ของ Digital Foundry ระบุว่า Call of Duty: Modern Warfare 4 เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 มีปัญหาอินพุตแลคสูงกว่าบนแพลตฟอร์มอื่นอย่างชัดเจน จนผู้เล่นในโหมดมัลติเพลเยอร์แบบ…

รายงานจาก IGN อ้างอิงการวิเคราะห์ของ Digital Foundry ระบุว่า Call of Duty: Modern Warfare 4 เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 มีปัญหาอินพุตแลคสูงกว่าบนแพลตฟอร์มอื่นอย่างชัดเจน จนผู้เล่นในโหมดมัลติเพลเยอร์แบบแข่งขันตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ แม้ตัวเกมจะพยายามรักษาเป้าหมาย 60fps ได้ส่วนใหญ่ในโหมดแข่งขัน แต่ความหน่วงจากการตอบสนองของปุ่มและคอนโทรลเลอร์กลับทำให้ประสบการณ์การเล่นไม่เทียบเท่ากับ PS5 หรือแพลตฟอร์มอื่น โดย DF ชี้ว่าความหน่วงบน Switch 2 อาจยาวนานกว่าบน PS5 ถึงประมาณสองเท่าเมื่อเล่นที่ 60fps
ในรายละเอียดของการทดสอบ โหมด Docked ของ Switch 2 อยู่ที่ราว 81 มิลลิวินาที ส่วนโหมดพกพาขยับไปถึง 100 มิลลิวินาที และอาจแกว่งอยู่ในช่วงประมาณ 83–125 มิลลิวินาทีในบางจังหวะ ขณะที่ PS5 อยู่ที่ราว 49.1 มิลลิวินาที ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ DF สรุปว่าความหน่วงดังกล่าว “กระทบต่อประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด” สำหรับเกมยิงที่ต้องการความไวระดับเสี้ยววินาที โดยเฉพาะในฉากแข่งขัน 6v6 ที่ผู้เล่นให้ความสำคัญกับความแม่นยำและเวลาตอบสนองเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม DF มองว่าเวอร์ชัน Switch 2 ยังมีจุดที่ช่วยบรรเทาอาการกระตุกอยู่บ้าง โดยเฉพาะการรองรับ VRR บนจอที่รองรับ ซึ่งช่วยให้เฟรมเรตที่ตกลงบางช่วงดูนุ่มนวลขึ้น แต่ข้อดีนี้ช่วยได้ไม่มากเมื่อเล่นในโหมดพกพา และไม่สามารถลบปัญหาเรื่อง input lag ที่เป็นแกนหลักของความเสียเปรียบได้ ในทางกลับกัน การเล่นในโหมดพกพากลับยิ่งทำให้ข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพเด่นชัดกว่าเดิม
ด้านภาพรวมของพอร์ตเกม DF ระบุว่าเวอร์ชันนี้ดำเนินการโดย Digital Legends ร่วมกับการสนับสนุนจาก Infinity Ward และโดยรวมถือว่าเป็นงานพอร์ตที่ใช้ได้สำหรับเครื่องของ Nintendo แต่ข้อสรุปสำคัญคือ ถ้าพูดถึงโหมดมัลติเพลเยอร์ ผู้เล่นบน Switch 2 จะไม่อยู่ในสนามแข่งขันที่เท่าเทียมกับผู้เล่นแพลตฟอร์มหลักอื่น ๆ ไม่ว่าฝีมือการกดไกของผู้เล่นจะดีแค่ไหน ความหน่วงของระบบก็ยังทำให้การตอบสนองช้ากว่าอยู่ดี
ในทางตรงข้าม โหมดแคมเปญกลับได้รับคำชมมากกว่า เพราะทำงานที่ 30fps และยังให้ภาพรวมการเล่นที่ลื่นพอสำหรับประสบการณ์แบบเนื้อเรื่อง แม้คุณภาพกราฟิกจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ PC, PS5 และ Xbox Series X ทั้งพื้นผิวและใบหน้าตัวละครถูกลดรายละเอียดลงมาก แต่เมื่อพิจารณาตามข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ Switch 2 แล้ว ตัวเกมยังถือว่าเล่นได้ดีในระดับที่ผู้ใช้ Nintendo ซึ่งไม่เคยได้เล่น Call of Duty มานานกว่า 10 ปีน่าจะยอมรับได้
บทความยังอธิบายที่มาของการที่ซีรีส์ Call of Duty กลับมาบนเครื่อง Nintendo ว่าเป็นผลสืบเนื่องจากการเข้าซื้อกิจการ Activision Blizzard ของ Microsoft และคำมั่นสัญญาในช่วงเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบว่าจะนำ Call of Duty มาลงแพลตฟอร์ม Nintendo ภายในช่วง 10 ปี สะท้อนว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเกม แต่เกี่ยวข้องกับดีลธุรกิจขนาดใหญ่และพันธสัญญาทางการตลาดด้วย


