25 ปีผ่านไป แต่เพลง Suteki Da Ne จาก Final Fantasy 10 ยังตราตรึงใจไม่เสื่อมคลาย
บทความนี้เป็นคอลัมน์เชิงความรู้สึกที่ย้อนมอง Final Fantasy 10 ในโอกาสครบรอบ 25 ปี โดยผู้เขียนย้ำว่าตัวเกมยังคงเป็นหนึ่งใน JRPG ที่ชื่นชอบที่สุด แม้เวอร์ชันบนพีซีจะเป็นรีมาสเตอร์ที่รูปลักษณ์แปลกตาไป…

บทความนี้เป็นคอลัมน์เชิงความรู้สึกที่ย้อนมอง Final Fantasy 10 ในโอกาสครบรอบ 25 ปี โดยผู้เขียนย้ำว่าตัวเกมยังคงเป็นหนึ่งใน JRPG ที่ชื่นชอบที่สุด แม้เวอร์ชันบนพีซีจะเป็นรีมาสเตอร์ที่รูปลักษณ์แปลกตาไปบ้าง แต่เสน่ห์ของเกมยังอยู่ครบ ทั้งงานกำกับฉาก ความโรแมนติก ระบบต่อสู้แบบเทิร์นเบส และคัตซีนที่ยังดูดีเมื่อเทียบกับกาลเวลา
ประเด็นสำคัญของชิ้นนี้อยู่ที่การยกย่องเพลงประกอบของเกม โดยมองว่า Final Fantasy 10 มีซาวด์แทร็กที่ผสมผสานแนวเพลงได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่ความดุดันของ Otherworld ไปจนถึงบรรยากาศล่องลอยของ Besaid และธีมหลักอย่าง To Zanarkand ที่สอดคล้องกับแก่นเรื่องอันหม่นเศร้าของเกมได้อย่างลงตัว ผู้เขียนเห็นว่างานเพลงชุดนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำที่สุดของซีรีส์ Final Fantasy
เพลงที่ถูกเน้นเป็นพิเศษคือ Suteki Da Ne ซึ่งถูกใช้ในฉากสำคัญที่ความสัมพันธ์ของ Yuna และ Tidus พัฒนาไปอีกขั้น ขณะอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนของ Macalania Woods ภาพและดนตรีทำงานร่วมกันเพื่อสร้างฉากที่งดงาม อ่อนหวาน แต่ก็แฝงความเศร้า เพราะตัวละครหลักต้องเผชิญชะตากรรมที่ยากจะหลีกเลี่ยง ผู้เขียนมองว่านี่คือช่วงเวลาที่เพลงช่วยยกระดับอารมณ์ของเกมได้อย่างชัดเจน
บทความยังวาง Suteki Da Ne ไว้ในบริบทของเพลงร้องในซีรีส์ Final Fantasy ที่เคยมีมาก่อนหน้า เช่น ฉากโอเปร่าใน Final Fantasy 6, One Winged Angel ใน Final Fantasy 7 และ Eyes on Me ใน Final Fantasy 8 แต่สำหรับผู้เขียน Final Fantasy 10 คือจุดที่บทเพลงร้องเข้าถึงอารมณ์ได้แรงที่สุด และเป็นครั้งแรกที่เพลงในเกมทำให้ตนรู้สึกสะเทือนใจอย่างจริงจัง
อีกประเด็นหนึ่งคือการยกเครดิตให้ Nobuo Uematsu ว่าในยุค PlayStation 2 เขาสามารถสร้างงานที่เต็มศักยภาพและแทบไม่ต้องเรียบเรียงใหม่ในเวลาต่อมา เพราะต้นฉบับนั้นแข็งแรงมากอยู่แล้ว ผู้เขียนยังเปรียบ Suteki Da Ne ว่าเป็นเพชรเม็ดงามท่ามกลางคลังเพลงที่ยอดเยี่ยมจำนวนมาก และแม้จะไม่ใช่เพลงที่เปิดฟังบ่อยที่สุด แต่ก็เป็นหนึ่งในบทเพลงที่ประทับใจที่สุดของซีรีส์
โดยสรุป ชิ้นนี้ไม่ได้เป็นการวิจารณ์เชิงเทคนิค แต่เป็นการสะท้อนว่าทำไม Final Fantasy 10 และเพลง Suteki Da Ne จึงยังคงอยู่ในใจแฟนเกมหลังผ่านไป 25 ปี บทความชี้ให้เห็นว่าดนตรีเกมที่ดีสามารถทำหน้าที่มากกว่าการประกอบฉาก แต่เป็นตัวพยุงความทรงจำ อารมณ์ และความหมายของเรื่องราวให้ติดอยู่กับผู้เล่นไปอีกนาน


