Heroes of Might and Magic 3 กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันรีเมก พร้อมคุยกันว่าทำไมปีเดียวถึงมี HoMM ถึง 2 เกม
ซีรีส์ Heroes of Might and Magic กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเงียบหายไปนานกว่าทศวรรษ โดยก่อนหน้านี้มี Heroes of Might and Magic: Olden Era เปิดให้เล่นระหว่างพัฒนา และล่าสุด Heroes of Might and Magic…

ซีรีส์ Heroes of Might and Magic กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเงียบหายไปนานกว่าทศวรรษ โดยก่อนหน้านี้มี Heroes of Might and Magic: Olden Era เปิดให้เล่นระหว่างพัฒนา และล่าสุด Heroes of Might and Magic 3 เวอร์ชันรีเมกก็เตรียมตามมาอีกหนึ่งเกม ทำให้ปีเดียวกันมีเกม HoMM ให้จับตาถึงสองผลงาน ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่แปลกพอสมควรสำหรับแฟนซีรีส์นี้
ผู้เขียนได้ทดลองเล่น HoMM 3 Remake ล่วงหน้าอยู่หลายชั่วโมง โดยได้ลองทั้งบทนำของแคมเปญและฉากแผนที่ชื่อ Arrogance ซึ่งเคยเป็นแมปยอดนิยมในภาคเสริม The Shadow of Death แผนที่นี้ถูกออกแบบให้เริ่มต้นแบบกระชับแต่เปิดทางสู่เกมสเกลใหญ่ได้เร็ว ผู้เล่นแต่ละฝ่ายมีจุดเริ่มต้นใกล้เมืองที่สองของเผ่าตัวเอง ทำให้ขยายฐานกำลังได้ไว และยังมีทางลงใต้ดินกับท่าเรือให้เคลื่อนพลข้ามพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของประสบการณ์แบบ HoMM 3 ดั้งเดิม
ในแง่เกมเพลย์ เวอร์ชันรีเมกยังคงแกนหลักเดิมไว้เกือบทั้งหมด คือการควบคุมฮีโร่และกองทัพออกสำรวจ แย่งชิงเมือง ต่อสู้กับมอนสเตอร์ เก็บทรัพยากร และสร้างสิ่งปลูกสร้างในเมืองเพื่อปลดล็อกหน่วยรบ ฮีโร่ และเวทมนตร์ใหม่ ๆ ระบบยังคงผสมทั้งการบริหารเศรษฐกิจ การวางกลยุทธ์ระดับภาพรวม การต่อสู้แบบตาราง และการเติบโตของกองทัพที่ยิ่งเล่นนานยิ่งแข็งแกร่ง จุดเด่นของซีรีส์คือความเข้าถึงง่ายที่ซ่อนความลึกไว้จำนวนมาก และภาค 3 ก็ยังรักษาคุณสมบัตินี้ไว้ได้ดี
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาชัดเจนคือการปรับคุณภาพชีวิตในการเล่น โดยเฉพาะการแสดงระยะเคลื่อนที่ของศัตรูให้เห็นล่วงหน้า ช่วยให้ผู้เล่นประเมินได้ว่าหน่วยไหนมีความเสี่ยงจะถูกโจมตีในเทิร์นถัดไป ฟีเจอร์แบบนี้เคยมีในภาคหลัง ๆ แต่ไม่มีใน HoMM 3 ดั้งเดิมหรือ HD remaster ปี 2015 จึงนับว่าเป็นการปรับปรุงที่ตอบโจทย์ผู้เล่นยุคใหม่พอสมควร
ด้านงานภาพรีเมกเลือกใช้สไตล์ใหม่ที่สีสันสดและรายละเอียดสูงกว่าเดิม แอนิเมชันตอนต่อสู้ดูหนักแน่นและมีพลังมากขึ้น แต่ผู้เขียนมองว่างานออกแบบใหม่อาจเรียบเกินไปเมื่อเทียบกับเสน่ห์ของภาคดั้งเดิม ซึ่งมีคาแรกเตอร์แบบการ์ตูนและความขี้เล่นของเหล่ามอนสเตอร์ที่โดดเด่นกว่า กล่าวอีกแบบคือคุณภาพด้านเทคนิคดีขึ้น แต่กลิ่นอายเดิมบางส่วนอาจลดลงไป
อีกประเด็นที่ทำให้รีเมกนี้ถูกจับตามองมากขึ้นคือการมาของ Olden Era ซึ่งเป็นเกมใหม่ทั้งหมดแต่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจาก HoMM 3 อย่างชัดเจน ทั้งในเชิงกลไกและภาพลักษณ์ ทำให้รีเมกภาค 3 ดูซ้ำซ้อนขึ้นในสายตาบางคน เพราะมีความทับซ้อนกับตัวเกมใหม่ที่กำลังจะมา แต่ในอีกมุมหนึ่ง สำหรับแฟนกลยุทธ์ที่รอคอยซีรีส์นี้มานาน การมี HoMM ออกมา 2 เกมในปีเดียวก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี
โดยสรุป บทความมองว่า HoMM 3 Remake ยังคงรักษาเสน่ห์ของเกมวางแผนคลาสสิกไว้ได้อย่างมั่นคง พร้อมการอัปเกรดบางจุดที่ช่วยให้เล่นสบายขึ้น แม้จะมีคำถามเรื่องทิศทางงานศิลป์และความซ้ำซ้อนกับ Olden Era อยู่บ้าง แต่สำหรับคอเกมแนวแท็กติกแล้ว ปีหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามาก เพราะทั้งรีเมกของภาค 3 และ Olden Era ต่างมีกำหนดออกมาไล่เลี่ยกัน


