20 เคล็ดลับเอาตัวรอดใน Blood of Dawnwalker จากคนเล่นไปแล้วกว่า 80 ชั่วโมง
PC Gamer รวบรวมเคล็ดลับสำหรับผู้เล่น The Blood of Dawnwalker จากประสบการณ์เล่นจริงยาวกว่า 80 ชั่วโมง เพื่อช่วยคนที่กำลังลังเลว่าจะเริ่มจากตรงไหนในเกมแอ็กชัน RPG ธีมแวมไพร์ที่ให้อิสระสูงและมีระบบเวลา…

PC Gamer รวบรวมเคล็ดลับสำหรับผู้เล่น The Blood of Dawnwalker จากประสบการณ์เล่นจริงยาวกว่า 80 ชั่วโมง เพื่อช่วยคนที่กำลังลังเลว่าจะเริ่มจากตรงไหนในเกมแอ็กชัน RPG ธีมแวมไพร์ที่ให้อิสระสูงและมีระบบเวลาเป็นแกนกลางของการเล่น จุดสำคัญคือเกมนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้เล่นทำตามลำดับตายตัว และโดยหลักแล้วแทบไม่มีคำว่า “เล่นพลาด” แบบเด็ดขาด สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกใช้เวลา 30 วันที่เกมให้มาอย่างคุ้มค่า
คำแนะนำช่วงต้นเน้นไปที่การเอาตัวรอดและการจัดการทรัพยากร เช่น การฝึก Perfect Block ให้ดูสัญลักษณ์โล่จนเปลี่ยนเป็นสีส้มแทนการกะจังหวะจากท่าศัตรูโดยตรง รวมถึงปลดสกิล Perfect Riposte เพื่อสวนกลับแบบคริติคอลได้สบายขึ้น ผู้เขียนยังย้ำว่าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเวลาเดินทางมากเกินไป เพราะการใช้ fast travel มีมากพอ และการสำรวจฉากหรือแผนที่ไม่กินเวลา จึงควรออกไปเปิดพื้นที่และมองหาจุดสนใจให้มากก่อนค่อยตัดสินใจทำกิจกรรมที่ใช้เวลา
อีกประเด็นที่ถูกย้ำบ่อยคือการอัปเกรดสายแวมไพร์ให้ไว โดยเฉพาะพลังชีวิตของร่าง vampire เพื่อไม่ให้สูญเสียการควบคุมและเผลอไปดูดเลือดมนุษย์กลางบทสนทนาได้ง่าย เกมยังสนับสนุนให้ผู้เล่นเก็บเลือดจากศัตรูและสัตว์เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูหรือเพิ่มความคืบหน้าด้าน Corruption รวมถึงสู้กับบอสอย่างพวก Vrakhir blood เพื่อปลดความสามารถพิเศษบางอย่าง นอกจากนี้การสังหารศัตรู เช่น ฝูงหมาป่าหรือหมูป่าในป่า ยังถูกมองว่าเป็นวิธีเก็บ XP ที่คุ้มเวลาอย่างมาก
ในด้านการพัฒนาตัวละคร ผู้เล่นควรตามหาคัมภีร์และคู่มือสกิลให้ครบ ทั้ง Swordmastery Manuals จากค่ายโจรหรือค่ายทหาร, Witchcraft Manuals จากสถานที่ลี้ลับและหนังสือตามชั้นวาง, รวมถึงท่าพิเศษของอาวุธสีฟ้า ม่วง และเลเจนดารีที่ทำหน้าที่เหมือนสกิลฟรีเมื่อกดใช้ตามคูลดาวน์ ผู้เขียนยังแนะนำให้ตั้งชุดอุปกรณ์แยกสำหรับกลางวันและกลางคืนผ่านหน้าต่าง Equipment Preview เพื่อปรับค่าสเตตัสให้เหมาะกับร่างมนุษย์และร่างแวมไพร์ในแต่ละช่วงเวลา
ฝั่งการหาเงินและของดี เกมนี้มีทางลัดที่คุ้มมาก เช่น ขายเงินแท่งเงินที่เก็บจากการสำรวจในร้านที่ Svartrau เพื่อหาเงินก้อนใหญ่ได้เร็ว รวมถึงมองหาดาบเลเจนดารีอย่าง Durandal ตั้งแต่ต้นเกมจากเควสต์ Cursed Chasm เพื่อให้ช่วงต้นแข็งแรงขึ้น ผู้เขียนยังเตือนให้ไม่มองข้ามการเก็บไอเท็มจากศพมนุษย์และสัตว์ เพราะมีโอกาสดรอปของฟื้นเลือด ซึ่งสำคัญมากกับสายแวมไพร์ที่ต้องพึ่งการรักษาตัวระหว่างสู้
อีกส่วนของคำแนะนำเกี่ยวข้องกับโครงสร้างเวลาในเกมและการสำรวจเนื้อหาเสริม ผู้เล่นต้องคอยดูว่ากิจกรรมใดทำได้เฉพาะกลางวันหรือกลางคืน และแต่ละช่วงจะเปลี่ยนทั้งวิธีเข้าถึงและผลลัพธ์ของเควสต์ นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังคือเควสต์ใหม่อาจโผล่มาในพื้นที่ที่เคยสำรวจไปแล้ว จึงควรกลับไปเช็กสัญลักษณ์เครื่องหมายคำถามบนแผนที่อยู่เสมอ สุดท้ายผู้เขียนย้ำว่าเควสต์ของ Vrakhiri Boyar เป็นเนื้อหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นหนึ่งในชุดภารกิจที่เด่นที่สุดของเกมและให้รางวัลคุ้มค่าเมื่อผู้เล่นสร้างความขัดแย้งกับอำนาจของแต่ละภูมิภาคได้สำเร็จ


