ผู้ก่อตั้ง Warhorse วิจารณ์ RPG สูตรเดิมที่เน้นพลังแฟนตาซีและฮีโร่ผู้ถูกเลือก
มาร์ติน คลิมา ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios ซึ่งเป็นทีมเบื้องหลัง Kingdom Come: Deliverance ออกมาแสดงความเห็นว่าเขาเริ่ม “เบื่อและเหนื่อย” กับเกม RPG จำนวนมากที่ยังคงยึดติดกับสูตรเดิมแบบพาวเวอร์…

มาร์ติน คลิมา ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios ซึ่งเป็นทีมเบื้องหลัง Kingdom Come: Deliverance ออกมาแสดงความเห็นว่าเขาเริ่ม “เบื่อและเหนื่อย” กับเกม RPG จำนวนมากที่ยังคงยึดติดกับสูตรเดิมแบบพาวเวอร์แฟนตาซี ผู้เล่นถูกวางให้เป็น “ผู้ถูกเลือก” และมีภารกิจกอบกู้โลกหรือจักรวาล ซึ่งเขามองว่าเป็นโครงสร้างเรื่องราวที่ซ้ำซากและพบได้บ่อยเกินไปในเกมแนวนี้
คลิมาอธิบายว่าเขาไม่ได้เกลียด RPG ในภาพรวม ตรงกันข้าม เขายังชอบแนวเกมนี้ เพียงแต่ไม่อินกับงานที่เดินตามขนบเดิมซ้ำ ๆ เขาเชื่อว่ามีผู้เล่นจำนวนมากที่อยากเห็นสิ่งใหม่และต่างออกไปจากสูตรสำเร็จของเกมแนวสวมบทบาทที่มักเน้นความยิ่งใหญ่ของตัวเอกมากกว่าประสบการณ์ที่สมจริงหรือแตกต่างในเชิงการเล่าเรื่อง
อีกประเด็นที่เขายกขึ้นมาคือเกมลักษณะนี้มักถูกออกแบบเหมือน “เกมสำหรับวัยรุ่น” เพราะตอบสนองความรู้สึกอยากเก่ง อยากเป็นฮีโร่ และอยากมีพลังเหนือคนอื่น ซึ่งอาจตรงใจผู้เล่นอายุ 16-17 ปี แต่เขามองว่าฐานผู้เล่นปัจจุบันโตขึ้นมากแล้ว จึงควรมีเกมที่สะท้อนรสนิยมและความคาดหวังของกลุ่มผู้เล่นที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย
คลิมาโยนความรับผิดชอบส่วนหนึ่งไปที่ค่ายผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ ซึ่งเขามองว่ามักเลือกเดินตามสูตรที่เคยทำเงินได้แทนที่จะลองสร้างแนวทางใหม่ ๆ เขายกตัวอย่าง Ubisoft ว่าเป็นบริษัทที่มีฝีมือด้านงานโปรดักชันสูงมาก ทั้งความเนี๊ยบของเกม อนิเมชัน และโมเดลตัวละคร แต่เขาอยากเห็นทักษะระดับนั้นถูกนำไปใช้กับไอเดียที่กล้าหาญและสดใหม่กว่านี้ แม้จะยอมรับว่าการทดลองลักษณะนี้มีความเสี่ยงทางธุรกิจ
เขายังยกเกมตระกูล Assassin’s Creed, Far Cry และ Watch Dogs มาเป็นตัวอย่างว่าความสนุกของภาคแรก ๆ เกิดจากความใหม่ แต่เมื่อโครงสร้างเดิมถูกทำซ้ำหลายครั้ง ผู้เล่นก็เริ่มรู้สึกจำเจและเหนื่อยกับสิ่งที่เคยตื่นเต้นมาก่อน ข้อสังเกตนี้สะท้อนมุมมองของเขาที่ว่าอุตสาหกรรมเกมอาจต้องกล้าหลุดจากความสำเร็จเดิม หากต้องการรักษาความสดและความน่าสนใจในระยะยาว
บทสัมภาษณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของ Warhorse Studios เองที่มักพยายามเดินคนละทางจาก RPG กระแสหลัก โดยซีรีส์ Kingdom Come: Deliverance ได้รับคำชมจากการนำเสนอโลกที่สมจริงและไม่เน้นความเป็นฮีโร่แบบแฟนตาซีจัดจ้าน ขณะที่ Kingdom Come: Deliverance 2 ซึ่งเพิ่งออกมาได้รับคะแนนรีวิวสูงจาก IGN ด้วย ยิ่งทำให้ความเห็นของคลิมาดูสอดคล้องกับแนวทางของสตูดิโอที่ต้องการเสนอ RPG อีกแบบหนึ่งให้ตลาดเห็น


