ผู้ก่อตั้ง Warhorse หวังให้ GTA 6 เป็นตัวเปิดทางขึ้นราคาเกม
มาร์ติน คลิมา ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios ซึ่งเป็นสตูดิโอผู้สร้าง Kingdom Come: Deliverance แสดงความเห็นว่าการมาของ Grand Theft Auto 6 อาจช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเกมกล้าขึ้นราคาจำหน่ายเกมระดับ AAA…

มาร์ติน คลิมา ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios ซึ่งเป็นสตูดิโอผู้สร้าง Kingdom Come: Deliverance แสดงความเห็นว่าการมาของ Grand Theft Auto 6 อาจช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเกมกล้าขึ้นราคาจำหน่ายเกมระดับ AAA มากขึ้น โดยเขามองว่าต้นทุนการพัฒนาเกมขนาดใหญ่สูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้เล่นไม่ได้เติบโตตามสัดส่วน และรายได้จากช่องทางเดิม ๆ เช่น ร้านค้าปลีกแบบหน้าร้านก็หดหายไปมากจนไม่ใช่แหล่งพึ่งพาได้เหมือนเดิม
คลิมาระบุว่าปัญหาของเกมฟอร์มยักษ์คือสตูดิโอถูกบีบให้ผลิตผลงานที่มีขนาดและความคาดหวังสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่กลับแทบไม่มีแหล่งรายได้ใหม่มารองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เขาจึงเห็นว่าการขยับราคาต่อหน่วยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากอุตสาหกรรมต้องการอยู่รอดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาหลายรายยังไม่กล้าปรับราคาขึ้นเพราะเกรงการต่อต้านจากผู้บริโภค
เขายังชี้ว่า Rockstar Games และ Take-Two อยู่ในสถานะที่พิเศษกว่าค่ายอื่น เพราะมีศักยภาพทางการเงินและอิทธิพลทางตลาดมากพอที่จะเป็นตัวนำในการตั้งราคาสูงขึ้นได้ หาก GTA 6 ทำตลาดได้ดีและผู้เล่นยอมรับราคาใหม่ ก็อาจสร้างบรรทัดฐานให้เกม AAA เรื่องอื่นทำตามได้ในอนาคต
ในบทสัมภาษณ์เดียวกัน คลิมายอมรับตรงไปตรงมาว่าเขาไม่ใช่แฟนของ GTA และไม่ได้สนใจจะเล่นภาค 6 เป็นพิเศษ แม้จะยอมรับว่าซีรีส์นี้ได้รับความนิยมมหาศาล แต่เขาก็กล่าวว่าไม่เข้าใจแรงดึงดูดของเกมดังกล่าวนัก
ด้านราคา GTA 6 ในสหราชอาณาจักรถูกตั้งไว้ที่ 69.99 ปอนด์สำหรับ Standard Edition ซึ่งใกล้เคียงกับราคาของเกม AAA ระดับใหญ่ทั่วไป ขณะที่ในสหรัฐฯ ราคาอยู่ที่ 79.99 ดอลลาร์สำหรับชุดมาตรฐาน สูงกว่าระดับราคาปกติราว 10 ดอลลาร์ ส่วน Ultimate Edition อยู่ที่ 99.99 ดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ สเตราส์ เซลนิก ซีอีโอของ Take-Two เคยให้ความเห็นว่า ราคาที่ผู้บริโภครู้สึกว่า “คุ้ม” จะขึ้นอยู่กับคุณค่าที่เกมส่งมอบให้มากกว่าตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียว พร้อมย้ำว่าบริษัทมุ่งสร้างผลงานบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วให้คุณค่าของตัวสินค้าพิสูจน์ตัวเองในตลาด
รายงานยังระบุว่า GTA 6 ถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในเกมที่ใช้ต้นทุนสร้างสูงที่สุดตลอดกาล โดยมีการประเมินว่ารวมค่าพัฒนาและการตลาดอาจสูงถึง 1,000–2,000 ล้านดอลลาร์ และยังมีการใช้เงินจำนวนมากกับแคมเปญโปรโมต เช่น กิจกรรมการตลาดในไมอามีที่มีรายงานว่ามูลค่าสูงถึงราว 1 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดว่าเกมนี้อาจทำรายได้ถึง 5.2 พันล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์เปิดตัว โดยมีกำหนดวางจำหน่ายบน PS5 และ Xbox Series ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้


